Connect with us

บทความ

ไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่าการทำสงคราม ?

Published

on

สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ล่าสุดยังคงรุนแรงและลุกลามไปทั่วโลก ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเดือน ธ.ค.2562 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และขยายวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 จนถึงปัจจุบัน ฆ่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วกว่า 53,190 คน (ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 3 เม.ย.2563 ข้อมูลจาก BBC)

โดย : จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ

หากเทียบความรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ต้องบอกว่ามีอานุภาพการทำรายร้ายที่รุนแรงกว่าสงครามที่เคยผ่าน ๆ มาเสียด้วยซ้ำ หากจะเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตของไวรัสโควิด-19 กับการทำสงครามกลางเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังมีจำนวนที่มากกว่าการทำสงครามในแต่ละครั้งอยู่ดี

ผู้เสียชีวิตเยอะกว่าสงครามอัฟกัน

สำหรับ ยอดผู้เสียชีวิตจากการทำสงครามกลางเมืองอัฟกานิสถานปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 31,930 คน, สงครามกลางเมืองซีเรียปี 2561 มีผู้เสียชีวิต 23,000 คน, สงครามกลางเมืองโซมาเลียปี 2561-2562 มีผู้เสียชีวิต 6,266 คน, สงครามกลางเมืองไนจีเรีย มีผู้เสียชีวิต 17,156 คน และสงครามกลางเมืองอิรักปี 2561-2562 มีผู้เสียชีวิต 6,159 คน

Advertisement

อย่างไรก็ดี หากนำจำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำสงครามกลางเมือง 5 เหตุการณ์ดังกล่าวมารวมกัน จำนวนผู้เสียชีวิตจะมีทั้งหมด 84,508 คน ซึ่งมากกว่าอัตราการเสียชีวิตจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 53,190 คน แต่อย่าลืมว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่ไต่ระดับไปถึงจุดพีคเสียด้วยซ้ำ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยกระดับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและแสดงความกังวลว่ายอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกอาจพุ่งทะลุล้านคน โดยอัตราการเสียชีวิตในประเทศอิตาลี, สเปน, เยอรมัน และสหรัฐฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้นในหลักพันคนทุกวัน โดยเฉพาะอิตาลี ที่มีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สูงขึ้นด้วย

ส่วน สถานการณ์ในประเทศไทย ศิริราชพยาบาลประเมินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อาจลากยาวออกไปอีกอย่างน้อย 6-9 เดือน และอาจส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6-9 เดือน ซึ่งอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกหากจะมีจำนวนแซงหน้า 84,508 คน ของเหตุการณ์ 5 สงครามกลางเมืองคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก

โควิด-19 ยังไม่นับว่ารุนแรงที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่นับว่าเป็นโรคระบาดที่รุนแรงครั้งแรกที่โลกเคยเผชิญหน้ามา ซึ่งหากย้อนไปในปี 2462 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ครั้งนั้นสยามประเทศมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง ส่งผลให้ประชากรทั่วอาณาจักรสยามในครั้งนั้นเสียชีวิตถึง 80,223 ราย จากผู้ที่มีอาการป่วย 2,317,662 คน ซึ่งขณะนั้นสยามประเทศมีประชากรเพียงแค่ 9,207,355 คนเท่านั้น โดยอัตราการเสียชีวิตคิดเป็นเกือบ 1% ของจำนวนประชากรทั้งอาณาจักรเสียด้วย

Advertisement

หรือหากจะย้อนไปไกลกว่านั้นอีกสักหน่อยในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปี พ.ศ.1893 ก็มีการระบาดของโรคห่าที่รุนแรง ซึ่งคาดว่ามีหนูเป็นพาหะในการนำเชื้อโรค ทำให้มีผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก และหลังจากนั้นปี พ.ศ.1991 ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลนนาถ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 ของกรุงศรีอยุธยา ก็มีการกลับมาระบาดของโรคห่าอีกครั้ง ทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมากอีกครั้ง ซึ่งการระบาดของโรคดังกล่าว ลากยาวมาจนถึงสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (หน่อพุทธางกูร) รัชกาลที่ 11 ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระองค์เสด็จสวรรคตด้วยโรคดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ดีโรคระบาดที่รุนแรงกลับมาระบาดอีกครั้งในรัชสมัยของสมเด็จพระเพทราชา กษัตริย์รัชกาลที่ 28 ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งครั้งนั้นมีผู้คนในพระนครเสียชีวิตไปกว่า 80,000 คน ตามการจดบันทึกพงศาวดาร

จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคร้ายนั้นมีอันตรายกว่าการทำสงครามเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากการทำสงครามแต่ละครั้งผู้ทำสงครามยังสามารถควบคุมจำนวนการเสียชีวิตได้ หากเห็นท่าไม่ดีก็มีการเจรจาพักรบ หรือหย่าศึกเพื่อบำรุงไพร่พลไม่ให้บอบช้ำเกินควร แต่โรคระบาดนั้นไม่มีใครที่สามารถควบคุมอัตราการเสียชีวิตได้เลย และไม่มีใครล่วงรู้ได้ด้วยว่าตนเองจะได้รับเชื้อไปเมื่อใด

ดังนั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ เราทุกคนจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการที่ทางการประกาศออกมาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้น้อยลง และยังจะเป็นการลดอัตราการเสียชีวิตให้ลดลงได้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของตนเองอีกด้วย

Advertisement