บทความ
รู้จัก “ควอนตัม คอมพิวเตอร์” คอมฯแห่งอนาคต เจ๋งแค่ไหน ?
Quantum Computer (ควอนตัม คอมพิวเตอร์) คือ คอมพิวเตอร์แห่งอนาคตที่หลายคนมองว่า “เป็นเทคโนโลยีที่พลิกโลก อาจไปถึงขั้นเปลี่ยนนิยายวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นจริง เลยก็ว่าได้”
ระบบของคอวนตัมคอมพิวเตอร์ ทำงานด้วยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎี “ควอนตัมฟิสิกส์” ซึ่งจุดเด่นคือการทำงานที่ต่างไปจากของ “คอมพิวเตอร์ธรรมดา”
คอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะทำงานบนระบบเลขฐานสอง (Binary Digits หรือ Bits) แต่ควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นจะใช้ Qubit หรือ Quantum Bit (ควอนตัมบิท) ซึ่งสามารถมีข้อมูลได้หลายสถานะในตำแหน่งเดียว ในขณะที่ Bits ธรรมดาเป็นได้เพียงแค่ 0 หรือ 1 เท่านั้น
พูดง่ายๆ คือ ควอนตัมบิท มีพลังและวิธีการประมวลผลที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์ปัจจุบันนับล้านเท่า เพราะ Qubit คืออนุภาคมูลฐานในอะตอมเช่นอิเล็กตรอน ซึ่งอนุภาคเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษสามารถอยู่สองสถานะได้ในเวลาเดียวกัน นั่นเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ควอนตันคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างรวดเร็ว
ความเร็วของหน่วยประมวลผลทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาดขึ้น โดยจะสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะยากเกินไปหรือไกลเกินความสามารถของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้นั่นเอง
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ มีโอกาสได้ใช้จริงมากแค่ไหน ?
ในช่วงปี 2019 มีงานวิจัยจาก Google ในวารสาร Nature ระบุว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้หน่วยประมวลผล Sycamore ขนาด 54-Qubit จำนวนสองตัว สามารถประมวลผลข้อมูลสำเร็จในเวลาเพียง 200 วินาที ซึ่งจากวิจัยนี้ระบุว่าหากใช้ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์” ในปัจจุบันต้องใช้เวลาถึง 1 หมื่นปีเลยทีเดียว
แต่ IBM อีกหนึ่งหน่วยงานที่กำลังพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์อยู่ กลับแสดงความเห็นแย้งงานวิจัยครั้งนี้ว่า การประมวลผลที่ปรากฎในงานวิจัย ของ Google นั้น ความจริงแล้วคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถทำได้ในเวลา 2 วันครึ่ง ไม่นานถึงหมื่นปีอย่างที่มีการกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม แม้การเกิดขึ้นของควอนตัมคอมพิวเตอร์ครั้งนี้จะมีการเห็นต่าง แต่นอกจากสองหน่วยงานนี้ ยังมีหลายหน่วยงานพยายามค้นคว้า “ควอนตัม” เพื่อนำมาใช้ประโยชน์บนโลกนี้ในมิติต่างๆ โดยถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ ด้านอุตสาหกรรม ด้านสาธารณสุข ด้านสังคม ความมั่นคง ฯลฯ ได้ในอนาคต ทำให้หลายบริษัท ในหลายประเทศให้ความสำคัญ และซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่ไม่น้อย
แม้ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะสามารถประมวลผลได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ปัจจุบันก็ยังถูกใช้อยู่เพียงแค่ในวงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากยังมีความสามารถอีกหลายด้านที่ยังไม่ถูกค้นพบ เรียกได้ว่ายังไม่สมบูรณ์
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ เกี่ยวอะไรกับ คริปโตฯ ?
มีการสันนิษฐานว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นภัยต่อระบบ “Cryptography” ของบิตคอยน์ โดยความสามารถของมันคือการตรวจสอบ Public key ย้อนหลังอย่างง่ายดาย ซึ่งจะทำให้สามารถอนุมานหา Private key ของแอดเดรสของกระเป๋าบิตคอยน์สามารถทำได้ง่าย หรือมีโอกาสทำได้มากกว่าคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมาก
มีการสันนิษฐานว่า ควอนตันคอมพิวเตอร์มีพลังที่สามารถพังระบบคริปโทฯ ได้ ทั้งในระดับเล็กๆ คือการแฮกระดับบุคคล ที่ใช้วิธีขโมยสิ่งที่เรียกว่า Private key หรือ “รหัสลับส่วนบุคคล” จากนั้นก็ใช้รหัสลับนี้ในการแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบิตคอยน์ แทนเจ้าของที่แท้จริง แล้วก็ได้บิตคอยน์ไปครอบครองทั้งหมดในฐานะเจ้าของ
ขณะเดียวกัน ยังมีการสันนิษฐานว่าควอนตันคอมพิวเตอร์ยังมีพลังถึงขั้นล้มกระดานคริปโทฯ ได้เลย โดย
ปกติบรรดาคริปโทฯ รวมถึงบิตคอยน์ จะมีการเก็บข้อมูลไว้อย่างปลอดภัยด้วยการเก็บข้อมูลไว้เป็นกล่องๆ เรียงร้อยเป็นเชน หรือโซ่ ต่อไปเรื่อยๆ โดยทุกครั้งที่มีข้อมูลเข้ามาจะต้องมีการ “พิสูจน์” จากคนส่วนใหญ่ในระบบ ที่เรียกว่า Proof of Work (PoW) ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 10 นาทีโดยประมาณ ทำให้ปัจจุบันการแอบแก้ไขข้อมูลทำได้ยาก
แต่ถ้ามีคนหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจการคำนวณมากกว่าดิจิทัลคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในระบบรวมกัน ก็มีโอกาสเขียนข้อมูล ให้ตัวเองใช้บิตคอยน์อันเดิมไปทำหลายๆ ธุรกรรมได้ในเวลาเดียวกัน หรืออาจถึงขั้นป้องกันไม่ให้คนอื่นทำธุรกรรมได้ ซึ่งนั่นทำให้มีการสันนิษฐานว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจเป็นภัยกับคริปโทฯ ทั้งหลายเมื่อมีการใช้งานเกิดขึ้นจริง
ทว่า ยังไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นได้จริงมากแค่ไหน แต่ชื่อของ “ควอนตัม คอมพิวเตอร์” เจ้าคอมพิวเตอร์สุดล้ำน้ี คือสิ่งที่กำลังสะท้อนว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ และนั่นอาจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เคยทันสมัยที่สุดในวันนี้ได้ทุกวินาที บนโลกยุคดิจิทัลที่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน และต้องจับตากันต่อไปว่าเมื่อสุดยอดคอมพิวเตอร์ยุคใหม่มาจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง…
อ้างอิง:
