Connect with us

ข่าว

จับหัวขโมยไม่สนเคอร์ฟิว

ตำรวจสันป่าตอง ตามรวบสองหัวขโมย ไม่สนเคอร์ฟิว ชวนกันดื่มเหล้า ออกตระเวนลักทรัพย์ในตลาดมะจำโรง สุดท้ายจนมุมกล้องวงจรปิดถูกรวบตัวดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เกี่ยวกับความมั่นคง ลงโทษหนัก

Published

on

ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 14.00 น.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล ผกก.สภ.สันป่าตอง ,พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.ท.ทิฐิกรณ์ เนื่องหล้า รอง ผกก.สส.สภ.สันป่าตอง, พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.ท.จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.สันป่าตอง เจ้าหน้าที่ผู้จับกุม สภ.สันป่าตอง นำโดย พ.ต.ต.ณัฐฐ์ฐนนท์ เขื่อนแก้ว สว.สส.สภ.สันป่าตอง ,ร.ต.อ.การณรงค์ ศรีอินทร์ , ร.ต.อ.วัชราพงษ์ วัดคา , ร.ต.อ.ทรงวิทย์ บุญพร , ร.ต.ต.โกวิทย์ หลวงโย, เจ้าหน้าที่ผู้จับกุม กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.ศิริณ์ศักดิ์ จิตรหาญญ์ สว.กก.สส.ฯ , ร.ต.อ.นิกร เดชชัยพงศ์ , ร.ต.อ.ณภัทร แสนชัยชุม , ร.ต.อ.ชาปกรณ์ คาพิชัย พร้อมกับพวก

ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายอนุวัฒน์ อินทรชัย หรือ ออม อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 126 ม.5 ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายนพเก้า คุ้มบ้าน หรือ ก้าว อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 118/1 ม.8 ต.มะขามหลวง อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมด้วยของกลาง

  1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นคริสตัน สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ติดสติ๊กเกอร์ ตรวจยึดจากนายอนุวัฒน์ อินทรชัย ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.6 ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่
  2. เสื้อคอกลมสีดำ และกาเกงขาสั้นสีน้าตาลมีแถบสีขาว 2 แถบบริเวณขากางเกงด้านขวา ตรวจยึดจากนายอนุวัฒน์ อินทรชัย ซึ่งสวมใส่อยู่
  3. เสื้อคอกลมสีน้าเงินมีโลโก้ด้านหน้าและหลัง,หมวกแก๊บสีดำ และกางเกงยีนส์ยาขาว ตรวจยึดจากนายนพเก้า คุ้มบ้าน ที่บ้านเลขที่ 118/1 ม.8 ต.มะขามหลวง อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่
  4. พระบูชาหลวงปู่ทวด 1 องค์ ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  5. พระบูชาสมเด็จพุฒจารย์โต 1 องค์ ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  6. พระพุทธรูปบูชายุครัชกาล หน้าตัก 3.5 นิ้ว 1 องค์ ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  7. ช้างไม้แกะสลัก 1 ตัว ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  8. พระพุทธรูปพุทธโสธร มีฝาครอบ 1 องค์ ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  9. พระกริ่ง 1 องค์ ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  10. ผ้ายันต์สิวลีมหาลาภ มีเหลือง 1 แผ่น ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  11. ปีเซียะสีน้าตาล 1 ตัว ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  12. กล่องไม้ มีฝาปิด สีเขียว 1 อัน ตรวจยึดจากบ้านของนายนพเก้าฯ
  13. พระบัวเข็ม เนื้อโลหะ 1 องค์ ตรวจยึดจากป่าข้างทางใกล้วัดพระเจ้าทองทิพย์โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้นาชี้ตรวจยึด
  14. พระสิวลี ยืน เนื้อโลหะ 1 องค์ ตรวจยึดจากป่าข้างทางใกล้วัดพระเจ้าทองทิพย์โดยมีผู้ต้องหาที่1 เป็นผู้นาชี้ตรวจยึด
    นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจาเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่” เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตารวจชุดสืบสวนได้รับแจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563เวลาประมาณ 22.36 น. ได้มีคนร้ายจานวน 2 คน มาลักทรัพย์ภายในตลาดมะจาโรง ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตารวจได้สืบสวนติดตามคนร้ายโดยติดตามจากภาพกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นคริสตัล สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาบนถนนเชียงใหม่-ฮอด และเลี้ยวเข้ามาในซอยข้างร้านสะดวกซื้อ จากนั้นคนร้ายทั้งสองเดินเข้าไปในตลาดและเข้าไปลักของภายในร้านขายของในตลาดมะจาโรง เวลาประมาณ 22.36 น. ของวันที่ 8 เมษายน 2563 ต่อมาเวลาประมาณ 23.09 น. ของวันเดียวกัน คนร้ายทั้งสองคนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตามถนนเชียงใหม่-ฮอด ถึงแยกมะจาโรงและเลี้ยวไปทางบ้านไร่

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนมาถึงบริเวณบ้านม่วงพี่น้อง ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ตรวจสอบไม่พบคนร้ายทั้งสองคน เจ้าหน้าที่ตารวจจึงได้ทาการสืบสวนโดยหาประวัติของคนที่เคยถูกดำเนินคดีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ไม่พบคนร้าย เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า นายอนุวัฒน์ อินทรชัย ผู้ต้องหาที่ 1 มีรอยสักบริเวณแขนขวาและแขนซ้าย คล้ายกับคนร้ายที่ไม่ใส่หมวก เจ้าหน้าที่สืบสวนได้สืบสวนหาข่าวพบว่านายอนุวัฒน์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิรุ่นคริสตัล สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่ติดสติ๊กเกอร์ เจ้าหน้าที่ตารวจจึงได้เดินทางไปยังบ้านของนายอนุวัฒน์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 เมื่อไปถึงพบบิดาของนายอนุวัฒน์ฯ แจ้งว่านายอนุวัฒน์ฯ ไม่เข้าบ้านมา 3 วัน และนำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นคริสตัล สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ติดสติ๊กเกอร์ไปด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้บิดาของนายอนุวัฒน์ฯ ดูรูปคนร้ายทั้งสองคนที่ก่อเหตุลักทรัพย์ บิดานายอนุวัฒน์ฯ ยืนยันว่า คนร้ายที่ไม่ใส่หมวกเป็นนายอนุวัฒน์ฯ และคนร้ายที่ใส่หมวก ชื่อ นายก้าว ไม่ทราบชื่อสกุลจริงอยู่หมู่บ้านแท่นทอง อายุประมาณ 18-19 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หาข่าวเกี่ยวกับนายก้าว ทราบชื่อจริงว่า นายนพเก้า คุ้มบ้าน อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบยังบ้านของนายนพเก้าฯ ผู้ต้องหาที่ 2 พบนายนพเก้าฯ อยู่ที่บ้านเลขที่ 118/1 ม.8 ต.มะขามหลวง อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ จึงได้สอบถามนายนพเก้าฯ รับว่าเป็นบุคคลที่สวมหมวกในกล้องวงจรปิด และได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์กับนายอนุวัฒน์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ที่ตลาดมะจำโรง จริง จากนั้นนายนพเก้าฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้นำเสื้อสีน้าเงิน,กางเกงยีนส์และหมวก ที่สวมใส่ในวันก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจดู พบว่าโลโก้ในเสื้อของนายนพเก้าฯ กับโลโก้ในเสื้อของคนร้ายตรงกัน และตรวจสอบรอยสักพบว่าด้านหลังคอของนายนพเก้าฯ และหลังคอของคนร้ายคนที่สวมหมวกมีรอยสักเหมือนกัน และนายนพเก้าฯ ได้นำทรัพย์ (ของกลางลาดับที่ 4-12) ที่ลักมาจากตลาดมะจาโรงมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดทรัพย์ซึ่งเป็นพระและเครื่องราง ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนขยายผล นายอนุวัฒน์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายนพเก้าฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเหล้าด้วยกันที่บ้านหลังดังกล่าว เมื่อเหล้าหมด นายนพเก้าฯ จึงชวนนายอนุวัฒน์ฯ ไปลักเหล้าที่ตลาดมะจาโรง โดยใช้รถจักรยานยนต์ของนายอนุวัฒน์ฯ และนายอนุวัฒน์ฯ เป็นคนขับขี่และมีนายนพเก้าฯ เป็นผู้โดยสาร เมื่อลักของเสร็จเงินที่ได้นามาแบ่งกัน มีเงินเหรียญประมาณ 700 บาท บะหมี่กึ่งสาเร็จรูป และพระพุทธรูป นำไปซุกซ่อนไว้ในป่าข้างทางใกล้วัดพระเจ้าทองทิพย์ ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ และนายอนุวัฒน์ฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ตารวจได้ตรวจยึดมาไว้เป็นของกลาง เจ้าหน้าที่ตารวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นให้ผู้ต้องหาทั้งสอง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทาความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจาเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่” เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำบันทึกจับกุมจากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดาเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement