บทความ
AMD ชี้ระบบนิเวศแบบเปิดเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน Agentic AI ระดับองค์กร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – AMD เผยมุมมองทิศทางการใช้งาน Agentic AI ในระดับองค์กร ระบุว่าระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายสเกลและเชื่อมต่อระบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการผูกขาดโดยผู้ให้บริการรายเดียว (Vendor lock-in)
นายอเล็กซีย์ นาโวโลกิน (Alexey Navolokin) ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ AMD ระบุว่า การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรได้ก้าวข้ามขั้นการทดลองหรือการทำ Proof of Concept (PoC) แบบแยกส่วนแล้ว โดยความต้องการในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ระบบที่ทำงานครอบคลุมกระบวนการหลักของธุรกิจ การพัฒนาของ AI Agent ซึ่งสามารถปฏิบัติงานข้ามแอปพลิเคชันเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ ทำให้ธุรกิจต้องปรับให้ระบบทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น
การทำงานของ Agentic AI จำเป็นต้องเข้าถึงทรัพยากรหลากหลายประเภท เช่น ข้อมูลลูกค้า ฐานข้อมูลภายใน ระบบรับแจ้งปัญหา และที่เก็บโค้ดซอฟต์แวร์ ซึ่งแตกต่างจากระบบ Generative AI ทั่วไป แต่การขยายขนาดการใช้งานมักเผชิญอุปสรรคจากการใช้โซลูชันแบบปิดที่จำกัดการทำงานข้ามระบบ ส่งผลให้เอเจนต์ไม่สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันภายนอกกรอบที่กำหนดไว้ได้ การเลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบเปิดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของระบบ

เพื่อรองรับการประมวลผลและการประยุกต์ใช้โมเดล AMD ได้พัฒนาชุดโซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น โปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ AMD EPYC ตัวเร่งความเร็ว AMD Instinct ตลอดจนแพลตฟอร์ม AMD ROCm และ HIP ที่รองรับเฟรมเวิร์กมาตรฐานอย่าง PyTorch, TensorFlow และ ONNX Runtime ซึ่งช่วยให้การพอร์ตและการปรับใช้โมเดลทำได้โดยไม่ต้องเทรนหรือจัดรูปแบบใหม่
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอบริการคอนเทนเนอร์ AMD Inference Microservices (AIMs) บน AMD Enterprise Reference Stack เพื่อช่วยบริหารจัดการการประมวลผล AI Inference โดยรองรับการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั้ง Red Hat, SUSE, Canonical, VMware และ Nutanix เพื่อช่วยให้เอเจนต์สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย ทั้งนี้ ความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับระบบเดิมจะเป็นปัจจัยที่กำหนดความพร้อมขององค์กรในการใช้งานเทคโนโลยีนี้ในระยะยาว
