การเมือง
โฆษกรัฐบาลย้ำ ไทย–เมียนมา สานสัมพันธ์พลังงาน เดินหน้าต่อสัญญาก๊าซและลงทุนแหล่งใหม่ เสริมความมั่นคงไฟฟ้าระยะยาว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเมียนมา ผ่านการหารือต่อสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติที่ใกล้หมดอายุ พร้อมเปิดทางลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลนพลังงาน และช่วยบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะยาว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าหารือร่วมกับ โก โก ลวิน (H.E. Mr. Ko Ko Lwin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานเมียนมา ถึงแนวทางการผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติ การซื้อขายก๊าซ รวมถึงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ เมียนมาถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของไทยมานานเกือบ 40 ปี โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยานาดา (Yadana) และแหล่งซอติก้า (Zawtika) ซึ่งเคยมีสัดส่วนการส่งมอบคิดเป็น 15–20% ของปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งหมดในประเทศไทย เชื้อเพลิงดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยหลักในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ การรักษาความสัมพันธ์และการดำเนินความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
สำหรับการหารือในครั้งนี้ มีสาระสำคัญครอบคลุมการพิจารณาต่ออายุสัญญาซื้อขายก๊าซจากแหล่งเดิมที่ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาสัญญา รวมถึงการสำรวจโอกาสเข้าไปลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมแห่งใหม่ เช่น แหล่ง A6 ซึ่งเป็นแหล่งที่มีศักยภาพสูงในการผลิตและส่งก๊าซผ่านระบบท่อมายังประเทศไทย การขยายความร่วมมือดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านแหล่งพลังงานแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านพลังงานฉบับใหม่เพื่อใช้เป็นกรอบความร่วมมือในระยะต่อไป
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ การจัดหาพลังงานให้เพียงพอและต่อเนื่องจะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถทางการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคอาเซียนต่อไป
