Connect with us

การเมือง

รัฐบาลวางกลไกคุ้มครองเงินอุดหนุน EV3 ตรวจสอบรายกรณี ย้ำไม่เรียกคืนเงินจากผู้ซื้อรถ

Published

on

รัฐบาลวางแนวทางคุ้มครองเงินอุดหนุน EV3 ตรวจสอบค่ายรถยนต์ผลิตชดเชยไม่ครบเป็นรายกรณี พร้อมเรียกคืนเงินบวกดอกเบี้ย ยืนยันไม่เรียกคืนส่วนลดจากผู้ซื้อ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลกำหนดแนวทางคุ้มครองเงินอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้มาตรการ EV3 โดยวางกลไกตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นรายกรณี สำหรับค่ายรถยนต์ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตชดเชยรถสำเร็จรูปที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ พร้อมยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการเรียกคืนส่วนลดหรือเงินอุดหนุนจากประชาชนผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สิทธิประโยชน์ตามมาตรการ EV3 มีข้อกำหนดสำคัญให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้า หากดำเนินการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ต้องผลิตชดเชยในอัตรา 1 ต่อ 1 แต่หากขยายระยะเวลาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะต้องผลิตชดเชยเพิ่มขึ้นเป็นอัตรา 1 ต่อ 1.5 โดยอัตราเงินอุดหนุนเดิมกำหนดไว้ที่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาทต่อคันสำหรับรถยนต์นั่งขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่ และ 18,000 บาทต่อคันสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับข้อกังวลของประชาชนผู้บริโภค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เงินอุดหนุนตามมาตรการนี้รัฐจัดสรรให้แก่ผู้ประกอบการและผู้นำเข้าเพื่อนำไปลดราคาขายปลีกหน้าโชว์รูม ดังนั้น ผู้ซื้อรถจะไม่ได้รับผลกระทบหรือถูกเรียกเงินคืนย้อนหลังแต่อย่างใด เนื่องจากหน้าที่การปฏิบัติตามเกณฑ์การผลิตชดเชยเป็นภาระผูกพันระหว่างผู้ประกอบการกับรัฐบาลโดยตรง

ในส่วนของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถผลิตชดเชยได้ตามเกณฑ์ กรมสรรพสามิตจะดำเนินการเรียกคืนเงินอุดหนุนเฉพาะตามจำนวนคันที่ผลิตไม่ได้จริง พร้อมคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีแบบไม่ทบต้น รวมถึงการบังคับตามหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ตลอดจนพิจารณาความรับผิดทางภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามกฎหมาย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเป็นรายกรณี ก่อนออกคำสั่งทางปกครองที่เปิดให้ผู้ประกอบการใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการยุติธรรม

Advertisement

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความรัดกุมในการดำเนินโครงการสนับสนุนภาคเอกชนในอนาคต รัฐบาลได้ปรับปรุงแนวทางโดยกำหนดให้ผู้ขอรับเงินอุดหนุนต้องจัดทำคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนเป็นเอกสารฝ่ายเดียว เพื่อสร้างความชัดเจนในทางกฎหมายและคุ้มครองงบประมาณแผ่นดิน โดยยังคงรักษาสมดุลในการสนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยควบคู่กันไป

Continue Reading
Advertisement