ข่าว
กกร. เผยเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 เสี่ยงสูง ดันประมาณการส่งออกไทยปีนี้โต 8-10%
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระแสเทคโนโลยี AI และแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลต่อการเติบโตแบบ K-shape อย่างไรก็ตาม กกร. ได้ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกของไทยปี 2569 เป็นขยายตัวร้อยละ 8.0 ถึง 10.0 พร้อมคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เติบโตร้อยละ 1.6 ถึง 2.0
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย พร้อมด้วย นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงผลการประชุม กกร. ประจำเดือนสิงหาคม 2569 โดยระบุว่า มูลค่าการส่งออกไทยในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวร้อยละ 17.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลจากการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตร้อยละ 45.9 ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก แม้ภาคการผลิตในกลุ่ม K ขาบนจะเติบโตสูง แต่ภาคเอกชนมองว่ายังต้องเร่งยกระดับสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ลดการพึ่งพานำเข้า และรองรับกระแสการลงทุนจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ กกร. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนเร่งยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูล (Connect the Dots) เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลเปิด (Open Government) โดยเฉพาะการปรับปรุงฐานข้อมูลการผลิตของโรงงาน (รง. 8) ข้อมูลแรงงาน และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจกลุ่ม K ขาลง สนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) ตลอดจนยกระดับการจัดกลุ่มช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงจุด ช่วยแก้ไขปัญหาทุนเทา อาชญากรรมออนไลน์ และนำไปสู่การอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจแบบ One Stop Service ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.
ปี 2568
- GDP 2.4
- ส่งออก 12.9
- เงินเฟ้อ -0.1
ปี 2569 (ณ เม.ย.- พ.ค. 69)
- GDP 1.2 ถึง 1.6
- ส่งออก -1.5 ถึง -0.5
- เงินเฟ้อ 2.0 ถึง 3.0
ปี 2569 (ณ มิ.ย. – ส.ค. 69)
- GDP 1.6 ถึง 2.0
- ส่งออก 8.0 ถึง 10.0
- เงินเฟ้อ 2.5 ถึง 3.0
สำหรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ล่าสุด กกร. คาดการณ์การเติบโตของ GDP อยู่ที่ร้อยละ 1.6 ถึง 2.0 อัตราการเติบโตของการส่งออกอยู่ที่ร้อยละ 8.0 ถึง 10.0 และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ถึง 3.0 โดยภาคเอกชนพร้อมร่วมผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการลงทุนใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้แก่ การเป็นศูนย์กลางเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมและการลงทุน ศูนย์กลาง AI และดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ศูนย์กลางทางการเงิน และศูนย์กลางทางการแพทย์ เพื่อรองรับเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในภูมิภาคอาเซียนที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
