นโยบายและข่าวสารจาก Brickinfo
บอทบริค: เมื่อห้องข่าวเล็กใช้ AI คืนเวลาให้กองบรรณาธิการมีเวลาคิด-คัดกรอง มากกว่ามัวแต่อัปข่าว
โดย ต๋า-นพฤทธิ์ กมลสุวรรณ
ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวบริคอินโฟ และรองประธานชมรมนักข่าวไอทีและนวัตกรรม
ในยุคที่การแข่งขันของสำนักข่าวไม่ได้วัดกันเป็นนาที แต่เป็น “ระดับวินาที” ความเร็วในการเผยแพร่ข่าวกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการทำงานสื่อ อย่างไรก็ตาม สำหรับห้องข่าวขนาดเล็ก ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การเขียนข่าวเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงขั้นตอนหลังจากนั้น ตั้งแต่การจัดรูปแบบบทความ การอัปโหลดเข้าสู่เว็บไซต์ การกำหนดค่า SEO ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนเผยแพร่
สำหรับสำนักข่าวบริคอินโฟ ข้อจำกัดที่พบมาตลอด คือ กำลังคน (Manpower)
เมื่อผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการลงพื้นที่ภาคสนาม ก็แทบไม่มีกำลังคนที่คอยอัปเดตเว็บไซต์ (บริคอินโฟ ไม่มีตำแหน่งรีไรท์เตอร์) ขณะที่การอัปข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้จะทำได้ แต่ก็ใช้เวลาค่อนข้างมาก และไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันด้านความรวดเร็ว
คำถามที่เกิดขึ้นคือ
จะทำอย่างไรให้ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่ “รายงานข่าว” ได้เต็มที่ และให้บรรณาธิการมีเวลาทำหน้าที่ “พิจารณาข่าว” มากกว่าการเสียเวลาอยู่กับขั้นตอนทางเทคนิค
จาก Pain Point สู่ “บอทบริค”
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากองค์ความรู้ที่ได้รับจากหลักสูตร AI4Media ของสถาบันอิศรา และหลักสูตร AI Mastery for Media by True ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับหลักการเดียวกันคือ
Human in the Loop คือ AI สามารถช่วยทำงานซ้ำ ๆ ได้ แต่ต้องมีมนุษย์อยู่ในกระบวนการ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์
จากแนวคิดดังกล่าว จึงเกิดการพัฒนา “บอทบริค” (BotBrick) ระบบผู้ช่วยอัปข่าวอัจฉริยะของสำนักข่าวบริคอินโฟ
ทำงานผ่านสิ่งที่นักข่าวใช้อยู่แล้ว
แทนที่จะสร้างระบบใหม่ทั้งหมด บอทบริคถูกออกแบบจากพฤติกรรมการทำงานจริงของนักข่าว
เพราะในชีวิตประจำวัน ข่าวประชาสัมพันธ์และต้นฉบับจำนวนมากถูกส่งผ่าน LINE

ดังนั้นจึงเปลี่ยน LINE ให้กลายเป็นช่องทางส่งข่าวเข้าสู่ระบบ CMS โดยตรง
Workflow ของระบบประกอบด้วย
- รับข้อความข่าวจากบัญชีนักข่าวที่ได้รับอนุญาต
- AI วิเคราะห์และจัดรูปแบบบทความ
- เชื่อมต่อกับ WordPress
- สร้าง Draft อัตโนมัติ
- กำหนดค่าที่จำเป็นสำหรับ Yoast SEO
- ส่งต่อให้บรรณาธิการตรวจสอบก่อนเผยแพร่
ผลลัพธ์คือ ข่าวเข้าสู่เว็บไซต์ในสถานะ Draft พร้อมสำหรับการตรวจแก้ โดยไม่ต้องเสียเวลาคัดลอกข้อความ หรือกรอกข้อมูล SEO ซ้ำหลายขั้นตอน

จาก 10 นาที เหลือ 1–2 นาทีต่อข่าว
นอกจากการลดขั้นตอนการทำงานแล้ว ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เวลาที่บรรณาธิการใช้กับงานเชิงเทคนิค
เดิมการนำข่าว 1 ชิ้นเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ ยังไม่รวมขั้นตอนการรีไรท์หรือการตรวจสอบเนื้อหา ต้องใช้เวลาประมาณ 10 นาที ตั้งแต่จัดรูปแบบบทความ ไปจนถึงตั้งค่า SEO
เมื่อ บอทบริค (BotBrick) เข้ามาช่วยดำเนินการอัตโนมัติ ทั้งการสร้าง Draft บน WordPress และเตรียมข้อมูลสำหรับ Yoast SEO ระยะเวลาดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 1–2 นาทีต่อข่าว เท่านั้น นั่นหมายความว่า บอทบริคช่วยลดเวลางานเชิงเทคนิคลงได้ประมาณ 80–90%
พูดอีกแบบคือ งานที่เคยกินเวลาบรรณาธิการราว 10 นาทีต่อข่าว สามารถถูกย่อให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ทำให้ห้องข่าวสามารถขยับได้เร็วขึ้นในวันที่ต้องแข่งกับเวลา
ที่สำคัญ บอทบริคยังรองรับการทำงานทั้ง ข่าวภาษาไทยและข่าวภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถเตรียมข่าวเข้าสู่ระบบได้ด้วย Workflow เดียวกัน ลดภาระของทีมงาน และเพิ่มความคล่องตัวในการเผยแพร่ข่าวสู่ผู้อ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ
AI ไม่ได้เผยแพร่ข่าวแทนมนุษย์
สิ่งที่บริคอินโฟให้ความสำคัญมากที่สุดคือ
AI ไม่มีสิทธิ์ Publish ข่าว
ต้นฉบับข่าวยังคงมาจากผู้สื่อข่าวหรือผู้เขียนข่าวเหมือนเดิม
บอทบริคมีหน้าที่เพียงช่วยดำเนินงานด้านเทคนิค เช่น
- จัดรูปแบบบทความ
- สร้าง Draft
- กำหนดข้อมูล SEO
- ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ
ก่อนที่ทุกข่าวจะเผยแพร่ จะต้องผ่านการตรวจสอบของบรรณาธิการทุกครั้ง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการ Human in the Loop ซึ่งกำลังได้รับการยอมรับในวงการสื่อ เพื่อให้ AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ตัดสิน”
ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพ
ในระหว่างการพัฒนาระบบ ทีมงานพบว่า การปล่อยให้ AI ทำงานแบบอัตโนมัติทุกขั้นตอนมีทั้งความเสี่ยงและใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
จึงมีการออกแบบ Workflow ใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานจริง
ผลลัพธ์คือ
- ลดการใช้โทเคน AI ลงอย่างมีนัยสำคัญ
- เพิ่มความเสถียรของระบบ
- ลดความผิดพลาดจากการทำงานอัตโนมัติ
- รองรับการอัปข่าวจำนวนมากได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิม
เป้าหมายไม่ใช่ลดคน แต่เพิ่มคุณภาพข่าว
หลายคนอาจกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานสื่อ
แต่สำหรับบริคอินโฟ แนวคิดกลับตรงกันข้าม
เมื่อบอทบริคช่วยลดเวลาที่ใช้กับงานซ้ำ ๆ เช่น การอัปโหลดบทความ การตั้งค่า SEO หรือการจัดรูปแบบเนื้อหา เวลาที่เหลือสามารถนำไปใช้กับงานที่สำคัญกว่า ได้แก่
- การตรวจสอบข้อเท็จจริง
- การกลั่นกรองเนื้อหา
- การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- การพาดหัวข่าวอย่างเหมาะสม
- การรักษามาตรฐานจริยธรรมสื่อ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง AI ไม่ได้ลดคุณค่าและมูลค่าของนักข่าวหรือกองบรรณาธิการ แต่ช่วยให้บุคลากรในห้องข่าวใช้เวลาไปกับงานที่สื่อมวลชนควรทำที่สุด คือ การเป็น Gate Keeper ที่ดีได้
ความฝันที่อยากเห็นเทคโนโลยีช่วยยกระดับวงการสื่อ
สำหรับต๋า “บอทบริค” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาการอัปข่าวของห้องข่าวบริคอินโฟเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวแรกของความฝันที่อยากเห็นเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานของวงการสื่อสารมวลชนไทย
“ต๋ามีความฝันว่า อยากพัฒนาแวดวงสื่อสารมวลชนด้วยเทคโนโลยี”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีโอกาสติดตามและรายงานข่าวในแวดวงเทคโนโลยีอยู่เสมอ และมักเห็นกิจกรรม Hackathons ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้งานจริง มาร่วมกันสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
“ทุกครั้งที่ไปทำข่าว ต๋าก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมวงการสื่อสารมวลชนของเราถึงยังไม่มีใครนำเทคโนโลยีมาแก้ไข Pain Point แบบนี้บ้าง”
ต๋าเชื่อว่า วงการสื่อยังมีโจทย์อีกมากที่สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็น Workflow การผลิตข่าว การจัดการข้อมูล การตรวจสอบข้อเท็จจริง การจัดการองค์ความรู้ในห้องข่าว หรือการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
แม้ “บอทบริค” จะเริ่มต้นจากการแก้ Pain Point ของห้องข่าวขนาดเล็ก แต่หากระบบได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และวิชาชีพสื่อ ก็มีศักยภาพที่จะต่อยอดเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานของห้องข่าวไทยได้จริง
ต๋าไม่ได้มองว่า “บอทบริค” คือคำตอบสุดท้าย แต่หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลอง และเป็นตัวอย่างว่า แม้ห้องข่าวเล็ก ๆ ก็สามารถนำนวัตกรรมมาพัฒนาการทำงานได้ หากเราเปิดใจเรียนรู้และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา
ขณะนี้อยู่ “บอทบริค” ในช่วง Alpha Test
ปัจจุบัน บอทบริค (BrickBot) ยังอยู่ในช่วง Alpha Test เพื่อค้นหาข้อผิดพลาดและปรับปรุง Workflow อย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายของโครงการไม่ใช่การสร้างระบบ AI ที่มาแทนคน แต่เป็นการสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ห้องข่าวขนาดเล็กสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพสื่อ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ทำงานแทนมนุษย์
แต่คือเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์มีเวลาทำสิ่งที่สำคัญที่สุดได้มากขึ้น
