ข่าว
รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. กวาดล้างอาชญากรรมการเงิน ยึดทรัพย์ 1.1 พันล้านบาท สกัดบัญชีม้าคริปโตกว่า 5.8 หมื่นบัญชี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน เผยผลงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถดำเนินคดีและใช้มาตรการทางแพ่งเรียกคืนผลประโยชน์ได้กว่า 1.1 พันล้านบาท พร้อมเร่งสกัดภัยหลอกลงทุนออนไลน์และระงับบัญชีม้าคริปโตสะสมแล้วกว่า 5.8 หมื่นบัญชี ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายใหม่เพื่อรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยกระดับการคุ้มครองนักลงทุน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายเพื่อตัดวงจรเครือข่ายมิจฉาชีพ โดยรายงานจาก ก.ล.ต. ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ามีการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น การทุจริต การให้ข้อมูลเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งสิ้น 8 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษ 43 ราย นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังมีการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งที่สามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับรวมกว่า 1.1 พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับทางแพ่ง 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์ 519 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเป็นที่เรียบร้อย
ในด้านการปราบปรามภัยหลอกลงทุนออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางการกระทำผิดไปแล้ว 368 บัญชี โดยใช้เวลาดำเนินการอย่างรวดเร็วเพียง 7-48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง ซึ่งช่วยลดความเสียหายของประชาชนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีการสกัดเส้นทางฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเข้มงวด โดยล่าสุดมีการระงับบัญชีม้าคริปโตสะสมสูงถึง 58,006 บัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชีเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าวสามารถลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนของการดำเนินคดี การคืนเงินผู้เสียหาย การปิดกั้นบัญชีหลอกลงทุน และการกวาดล้างบัญชีม้าคริปโต
ขณะเดียวกัน ทางสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับใหม่ เพื่อรองรับธุรกรรมหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และยกระดับการคุ้มครองนักลงทุน อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยในระยะยาว
