Connect with us

ข่าว

รัฐบาลจับมือ ส.อ.ท. ฟื้นกลไก กรอ. เร่งแก้ปัญหา SME พร้อมจัดระเบียบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน

Published

on

รัฐบาลจับมือ ส.อ.ท. (FTI) ฟื้นกลไก กรอ. เร่งช่วย SME เข้าถึงเงินทุน พร้อมจัดระบบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเตรียมฟื้นฟูความร่วมมือผ่าน คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ หลังการหารือร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ The Federation of Thai Industries (FTI) โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ต้นทุนการผลิต และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่ม SME พร้อมเร่งจัดระเบียบ แรงงานกัมพูชา กว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบ เพื่อสนับสนุนภาคการผลิตไทยให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารัฐบาลมีนโยบายปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามศักยภาพที่ควรจะเป็น โดยจะใช้กลไก กรอ. ซึ่งรวมเอา 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ส.อ.ท., สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย มาเป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย

ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลให้ความกังวลคือสถานการณ์ของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องจนกลายเป็น หนี้เสีย (NPL) และบางส่วนต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ รัฐบาลจึงเตรียมพิจารณากลไกปลดล็อกเพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ พร้อมสนับสนุนการใช้กำลังซื้อภาครัฐผ่านนโยบาย Made in Thailand (MiT) เพื่อสร้างรายได้และสร้างหลักประกันให้กลุ่มผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้น

ทางด้านการบริหารจัดการ แรงงานต่างด้าว ทาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้มีการหารือร่วมกับกระทรวงแรงงานเพื่อออกแบบระบบการลงทะเบียนและควบคุมแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่ม แรงงานกัมพูชา จำนวนกว่า 2 แสนคนที่ยังไม่เข้าระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคการผลิตที่ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้รับข้อเสนอดังกล่าวไปดำเนินการเพื่อจัดระบบให้ถูกต้องทั้งในด้านความมั่นคง สวัสดิการ และการคุ้มครองแรงงาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา โครงสร้างพื้นฐาน และระบบ โลจิสติกส์ (Logistics) ที่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย (Missing Link) โดยมุ่งหวังให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาคอีกครั้ง

Advertisement

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อ้างถึงคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีว่า “การพบ ส.อ.ท. ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับฟังข้อเสนอ แต่เป็นการวางกลไกทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน กฎหมาย พลังงาน และแรงงาน เพื่อให้เอกชนแข่งขันได้ ประชาชนมีงานทำ และประเทศไทยกลับมายืนในจุดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคอีกครั้ง”

Continue Reading
Advertisement