ข่าว
เชอรี ประเทศไทย เปิดตัว CHERY V23 สองสีใหม่ Latte Gray และ Pop Purple ยันตรึงราคาขายเดิมช่วยผู้บริโภค
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว CHERY V23 สีใหม่ล่าสุด ได้แก่ สีเทา Latte Gray และสีม่วง Pop Purple ซึ่งเป็นรุ่น Limited Edition ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ที่กำลังได้รับความนิยม พร้อมประกาศนโยบายตรึงราคาจำหน่ายเดิมแม้จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดภาระให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย เปิดเผยว่า รถยนต์ CHERY V23 ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย โดยมียอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่องต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน การเปิดตัวสีใหม่ทั้ง Latte Gray และ Pop Purple จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้สะท้อนตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสี Pop Purple ที่มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีขาว ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและทันสมัย ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน


ในด้านข้อมูลทางเทคนิค CHERY V23 มาพร้อมกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 59.93 kWh สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 360 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับระบบชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) สูงสุด 85 kW ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาประมาณ 36 นาที นอกจากนี้ตัวรถยังมีความสูงใต้ท้องรถถึง 210 มิลลิเมตร พร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงค์ที่ช่วยเรื่องการทรงตัว


สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2569 เชอรี (Chery) วางแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุม 80 สาขาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับงานบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยืนยันความพร้อมของคลังจัดเก็บอะไหล่ (Spare Parts) ที่รองรับการกระจายชิ้นส่วนไปยังศูนย์บริการทั่วประเทศได้อย่างเพียงพอสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นที่จะเปิดตัวในอนาคต
ด้านราคาจำหน่าย เชอรี ประเทศไทย ยืนยันที่จะตรึงราคาเดิมเพื่อขอบคุณความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยรุ่น CHERY V23 2WD PLUS สี Latte Grey วางจำหน่ายในราคา 759,900 บาท และรุ่นพิเศษ CHERY V23 2WD PLUS สี Pop Purple (Limited Edition) วางจำหน่ายในราคา 769,900 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีความคุ้มค่าและดีไซน์โดดเด่นในตลาดปัจจุบัน
