Connect with us

ข่าว

สภาคองเกรสเตรียมลงมติสกัด “ทรัมป์” เปิดศึกอิหร่าน ย้ำอำนาจประกาศสงครามเป็นของรัฐสภา

Published

on

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมโทรเจรจาผู้นำ ไทย-กัมพูชา หวังยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 3 ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน เตรียมร่วมมือกันผลักดันมติเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในการสั่งการใช้กำลังทหารโจมตีอิหร่าน โดยพลการ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ อยู่ในสถานะเตรียมพร้อมปฏิบัติการทางทหารที่อาจยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์ หากได้รับคำสั่งอนุมัติจากผู้นำประเทศ

ความเคลื่อนไหวของฝ่ายนิติบัญญัติในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตีความตามหลักรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “อำนาจในการส่งทหารเข้าสู่สงครามเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ประธานาธิบดี” โดยข้อยกเว้นเพียงประการเดียวคือการสั่งการโจมตีในวงจำกัดเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติเท่านั้น การผลักดันมติดังกล่าวจึงถือเป็นการคานอำนาจฝ่ายบริหารเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนประชาชนในสภา

ในขณะเดียวกัน รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้มีการเตรียมแผนรองรับสำหรับความเป็นไปได้ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยแผนการดังกล่าวครอบคลุมถึงปฏิบัติการที่อาจมีความต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนกำลังพลทางเรือครั้งสำคัญในพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้เริ่มมุ่งหน้าเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

การเคลื่อนย้ายเรือ USS Gerald R. Ford ในครั้งนี้ใช้เวลาเดินทางนานกว่า 1 สัปดาห์มาจากทะเลแคริบเบียน เพื่อเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การขยับเขยื้อนยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่เช่นนี้ยิ่งสร้างความกังวลให้กับสมาชิกสภาคองเกรส จนนำไปสู่ความพยายามในการออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมการใช้อำนาจของประธานาธิบดีอย่างเข้มงวดในสถานการณ์ที่เปราะบางนี้

Advertisement
Continue Reading
Advertisement