บทความ
รวม 3 เช็กลิสต์ที่ต้องดูให้ครบก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน
เมื่อความจำเป็นต้องทำให้สภาพคล่องทางการเงินต้องสะดุด การตัดสินใจขอสินเชื่อบ้านแลกเงินก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้เงินก้อนมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้แล้ว การทำสินเชื่อบ้านยังมีโอกาสได้วงเงินสูงกว่าสินเชื่ออื่น ๆ แถมยังมีอัตราการคิดดอกเบี้ยที่ไม่สูง และค่อนข้างเอื้อต่อผู้กู้อีกด้วย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เพื่อช่วยให้ผู้ขอสินเชื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราอยากขอคั่นรายการสั้น ๆ ด้วย 3 เช็กลิสต์สำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปสมัครสินเชื่อบ้านแลกเงิน แล้วลิสต์ทั้ง 3 ข้อจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูไปพร้อมกันเลย!
เช็กก่อน! ตอนนี้บ้านปลอดภาระแล้วหรือยัง?
โดยส่วนใหญ่แล้ว การจะขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้นั้น ผู้ขอสินเชื่อจำเป็นจะต้องมีบ้าน ที่ดิน คอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ปลอดภาระ หรือพูดง่าย ๆ คือ ปลอดหนี้และผ่อนหมดแล้วนั่นเอง แต่ในปัจจุบันนี้ สถาบันการเงินหลายแห่งเองก็ได้ออกนโยบายให้ผู้กู้นำบ้านที่ยังไม่ปลอดภาระหนี้สินมาขอสินเชื่อได้เช่นกัน ดังนั้น หากบ้านของใครยังมีภาระหนี้สินอยู่ สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่สนใจเพื่อขอรายละเอียดในส่วนนี้เพิ่มเติมได้
ดูให้ดี! สินเชื่อบ้านแลกเงินที่สนใจต้องมีคนค้ำประกันหรือจดจำนองหรือเปล่า?
ไม่ว่าจะสินเชื่อประเภทไหน แต่ละสถาบันการเงินก็จะมีเงื่อนไขในการขอที่แตกต่างกันออกไปตามนโยบายบริษัทและเงื่อนไขของผู้กู้ สินเชื่อบ้านแลกเงินเองก็เช่นกัน โดยก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะขอสินเชื่อดีหรือไม่ เราอยากให้ลองมาศึกษาเงื่อนไขดูให้ละเอียดก่อนว่า สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่สนใจนั้นจำเป็นต้องใช้คนค้ำประกันหรือมีการจดจำนองหรือไม่ เพราะถ้าหากมีการจดจำนองขึ้น ผู้ขอสินเชื่อก็อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่ม หรือหากมีคนค้ำประกัน การขอสินเชื่อก็อาจทำให้เกิดความลำบากใจขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด อย่าลืมสอบถามในส่วนนี้ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตด้วยนะ
ถามตัวเอง! ดูภาระหนี้สินตัวเองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ถึงการขอสินเชื่อบ้านแลกเงินจะช่วยให้มีเงินก้อนมาหมุนเวียนสภาพคล่องได้ แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่ต้องตัดสินใจและพิจารณาให้ดี คือ การพิจารณาภาระหนี้สินที่ตนเองมี พร้อมกับการดูให้ดีว่า หากมีหนี้สินเพิ่มเติมนั้น เรายังจะ “ไหว” อยู่หรือเปล่า ซึ่งภาระหนี้สินเดิมนั้นยังถูกนำมาพิจารณาในการให้ผ่านการขอสินเชื่ออีกด้วย ดังนั้น ลองถามตัวเอง และพิจารณาหนี้สินแต่ละส่วนให้ดี เพราะมิเช่นนั้น การขอสินเชื่อในรอบนี้อาจก่อให้เกิดหนี้สินที่สูงกว่าที่จะจ่ายไหวก็เป็นได้
