ข่าว
ธนาคารที่ดินติดตามผลช่วยเกษตรกรชาวจันทบุรี มีที่ทำกินมั่นคง แก้ปัญหาความยากจน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา จังหวัดจันทบุรี หลังจากจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรมาเป็นระยะเวลา 5 ปี พบว่าชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งยังช่วยลดปัญหาหนี้สินครัวเรือนและสร้างความมั่นคงในระยะยาว
นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสถาบันคือการแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคม โดยมุ่งให้ประชาชนมีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยได้มอบหมายให้นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและทำสัญญาเช่าซื้อที่ดิน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรุ่นใหม่พัฒนา ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน
นายสุทธิรักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มีจำนวน 29 ครัวเรือน ซึ่งได้รับการจัดสรรที่ดินรวม 77 ไร่ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเกษตรกรที่เคยเป็นคนยากจนและไม่มีที่ดินทำกิน ได้มีทุกอย่างพร้อมแล้ว นอกจากนี้ ธนาคารที่ดิน ยังคงติดตามและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และถือเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐที่จะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงสิทธิในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
ด้านเกษตรกรในโครงการได้สะท้อนชีวิตที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยนายยงยุทธ อ่วมงามทรัพย์ อดีตทหารเกษียณที่เคยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า “ธนาคารที่ดินทำให้มีวันนี้” หลังจากได้รับจัดสรรที่ดิน 2 ไร่เศษ ก็ได้ปลูกบ้านและทำการเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกทุเรียน ลองกอง เงาะ และพืชผักสวนครัว รวมถึงเลี้ยงไก่และปลา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้ชีวิตดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้
เช่นเดียวกับยายแดง อุตตะโมช ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนและรู้สึกไม่มั่นคงมาตลอดชีวิต กล่าวว่า “แม้สภาพบ้านจะมีแค่หลังคา ไม่มีฝาบ้าน แต่สุขใจ กินอิ่มนอนหลับ” และรู้สึกเหมือนได้ตายตาหลับแล้ว เพราะได้มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองในบั้นปลายชีวิต ธนาคารที่ดิน ยังได้เข้ามาสอนการทำเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และยายแดงได้ทดลองปลูกข้าวพื้นเมืองพันธุ์นางพญาทองดำ ทำให้รู้สึกเหนื่อยแต่มีความสุขมาก
นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกอีกหลายรายที่กล่าวถึงชีวิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน นางอนิษา แทนชัยภูมิ ที่เคยเป็นแรงงานรับจ้างและมีหนี้สินกล่าวว่า “ธนาคารที่ดินเป็นที่พึ่งของคนยากจนจริง ๆ” ปัจจุบันเธอหันมายึดอาชีพทำสวนเป็นหลัก มีรายได้รายวันและรายสัปดาห์ ทำให้ครอบครัวเข้มแข็งขึ้น
ด้านนายวินิต ดีขะนุ ช่างรับจ้างทั่วไปที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กล่าวว่าได้นำความรู้จาก ธนาคารที่ดิน และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาใช้ในการแบ่งพื้นที่ 1 ไร่กว่าออกเป็น 4 ส่วนเพื่อทำประโยชน์สูงสุด ทั้งบ้านพัก ฟาร์มไก่ไข่ การปลูกพืชหลัก และการเก็บน้ำ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ขณะที่นางชดช้อย แสงทอง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เคยสิ้นหวังเรื่องการมีบ้านและที่ดิน กล่าวว่าเมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วพบว่าเป็นความจริง ทำให้มีชีวิตที่มีความหวัง ได้ทำสวนปลูกพืชผักและเลี้ยงปลา ซึ่งแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข และอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า ธนาคารที่ดิน ช่วยเหลือได้จริง
