ข่าว
น่าน จังหวัดสั่ง ตั้งด่านห้วยน้ำอุ่น ตรวจรถโดยสารสาธารณะ และรถขนส่งสินค้าจากจังหวัดระยองเป็นพิเศษ สั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวป้องกันการแพร่กระจายการระบาดของโควิท 19
ผู้สื่อข่าว : ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น ผู้สื่อข่าวน่าน
หลังจากประชุมรับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งด่านคัดกรอง ไวรัสโคโรนา 2019 ที่ด่านห้วยน้ำอุ่น อำเภอเวียงสา โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (30 ธันวาคม 2563) เป็นต้นไป ส่วนอีก 2 ด่านคือด่านบ้านหลวงและด่านสองแคว จะดำเนินการในระยะต่อไปหากมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น โดยจะคัดกรองรถโดยสารสาธารณะและรถขนส่งสินค้าที่มาจากจังหวัดระยองเป็นพิเศษ มอบหมายให้ปลัดจังหวัดประสานนายอำเภอเวียงสา เนื่องจากจากการติดตามสถานการณ์พบว่าที่จังหวัดระยองมีการแพร่ระบาด ไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างรวดเร็วและกระจายไปยัง ประชาชนในวงกว้าง โดยการคัดกรองดังกล่าว จะเน้นไปยังพนักงาน ที่มากับรถและผู้โดยสารซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนติดตามทุกคน มีระบบการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้านั้น ส่วนใหญ่ มาส่งของแล้วก็จะเดินทางกลับ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารระยอง-น่าน มีบริการของบริษัทนครชัยแอร์ 1 ราย วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีไป 2 เที่ยวกลับ 2 เที่ยว วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ให้บริการเข้า 3 เที่ยวออก 3 เที่ยว โดยรถโดยสารขนาดใหญ่ 42 ที่นั่ง ให้ปฏิบัติตามหลัก New Normal อย่างเคร่งครัด มีระบบติดตามตัว ในระหว่างที่อยู่ในจังหวัดน่านอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ได้ห้ามไม่ให้เดินทางเข้าจังหวัดน่าน แต่จะเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ขณะที่พลตำรวจตรีมงคล สัมภวะผล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ได้สั่งการกำชับให้ทุกสถานีตำรวจตรวจตราพื้นที่ ห้ามไม่ให้มีบ่อนการพนันหรือการกระทำการอันเป็นแหล่งมั่วสุมเป็นการระบาดของโรค ขณะที่แรงงานจังหวัดน่าน รายงานสถานการณ์แรงงานต่างด้าวในจังหวัดน่านมีจำนวน 728 คน ขณะนี้ตรวจหาเชื้อแล้วทั้งหมด 99 คน จากแรงงานทั้งหมด มีพม่า 60 คนลาว 511 คน และกัมพูชา 22 คน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้สั่งการให้ตรวจเฉพาะแรงงานพม่า ทั้งหมด ส่วนแรงงานต่างด้าวกลุ่มอื่นให้ทำการสุ่มตรวจ ในระยะนี้ให้นายจ้างควบคุมแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในดูแล ห้ามมิให้เคลื่อนย้ายแรงงานโดยเด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
