Connect with us

ข่าว

ไทย สมายล์ บัส กางแผนปี 2569 มุ่งยกระดับคุณภาพบริการสู่เป้าหมาย 4.5 แสนคนต่อวัน พร้อมแนะรัฐสร้างกลไกการแข่งขันที่เป็นธรรม

Published

on

TSB ไทย สมายล์ บัส เปิดยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งพัฒนาคุณภาพบริการและเทคโนโลยี ตั้งเป้าผู้โดยสาร 4.5 แสนคนต่อวัน พร้อมแนะรัฐบาลสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งเน้นการเป็น “ปีแห่งการพัฒนาคุณภาพ” (Year of Quality Development) โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 4.5 แสนคนต่อวัน พร้อมปรับทิศทางธุรกิจสู่ Tech Company ด้านขนส่งสาธารณะที่เน้นความยั่งยืน และขยายฐานรายได้ไปยังกลุ่ม B2B และ B2G ในต่างจังหวัดมากขึ้น ขณะเดียวกันได้เสนอแนะให้รัฐบาลใหม่ปรับปรุงนโยบายอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนให้มีความเท่าเทียม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกภาคส่วน

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า แม้จะเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน แต่ในไตรมาสที่ 4 ผลประกอบการ EBITDA สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก โดยปัจจุบัน Thai Smile Bus มีรถให้บริการรวมรถหมุนเวียน 2,350 คัน ใช้งานจริงวันละประมาณ 1,600 คัน รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคนต่อวัน และพุ่งสูงถึง 4 แสนคนในวันธรรมดา สำหรับแผนงานในปี 2569 เตรียมเพิ่มจำนวนรถที่ใช้งานจริงเป็น 2,000 คัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการให้บริการและรองรับความต้องการเดินทางที่มากขึ้น

บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, Thai Smile Bus, TSB

อย่างไรก็ตาม TSB ยอมรับว่านโยบายภาครัฐมีผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะการอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนประเภทอื่นที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา รวมถึงความล่าช้าในการขอปรับปรุงใบอนุญาตเส้นทาง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรออนุมัติ 16 เส้นทางสุดท้าย เพื่อทำหน้าที่เป็น Feeder เชื่อมต่อระหว่างย่านที่อยู่อาศัยและระบบรางให้เป็นโครงข่ายที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยยุทธศาสตร์ใหม่จะมุ่งเน้นแนวคิด IDG (Inner Development Goals) เพื่อพัฒนาทัศนคติและพฤติกรรมการให้บริการของกัปตันเมล์ไทยให้มีมาตรฐานสากล ควบคู่กับการเปิดตัวแอปพลิเคชัน TSB Go Plus+ เวอร์ชันใหม่ที่มีระบบสะสมแต้มรักษ์โลก (Loyalty Program)

สำหรับการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ไทย สมายล์ บัส เตรียมปรับโครงสร้างรายได้โดยลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ปี 2569 มาจากตั๋วโดยสาร 80% งานจ้างเหมาบริการ 12% และค่าโฆษณา 8% โดยได้รุกเข้าสู่ตลาด B2B และ B2G ผ่านการบริหารรถรับ-ส่งภายในสถาบันการศึกษา อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รวมถึงขยายความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในพื้นที่เชียงใหม่ น่าน และลำพูน เพื่อให้บริการรถขนส่งประจำจังหวัดพลังงานไฟฟ้า

ทางด้านข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ นางสาวกุลพรภัสร์ ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลพิจารณาประเด็นการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน (Subsidy) ที่ควรดูแลให้เกิดความเสมอภาค ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำจนกระทบต่อคุณภาพบริการ พร้อมเสนอให้ลดภาษีพลังงานและค่าธรรมเนียม พรบ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพื่อช่วยลดต้นทุนโดยไม่ต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร รวมถึงการปราบปรามรถที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

Advertisement

“เราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่เรามองว่าระบบขนส่งคือโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ปี 69 จะเป็นปีที่เราพิสูจน์ว่า รถเมล์ไฟฟ้าไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน หากได้รับการสนับสนุนนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSB กล่าวทิ้งท้าย

Continue Reading
Advertisement