Connect with us

ข่าว

ตำรวจจับสาวลูก 6 ตั้งท้อง 2 เดือนตระเวนลักทรัพย์

กฎหมายคือกฎหมายตำรวจ สภ.แม่ริม สุดสงสารสาวลูก 6 แถมตั้งท้อง 2 เดือน ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์เงินจากจากตู้เติมบุญ หน้าคลินิค เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ นำาใช้จ่ายหลังได้รับผิดกระทบตกเงิน โรงแรมปิด ไม่มีเงินใช้จ่ายเลี้ยงลูก ออกตระเวนลักรัพย์ ถุกกล้องวงจรปิดมัดตัว ตำรวจตามรวบดำเนินคดีให้การรับสารภาพ

Published

on

ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 เวลา 10.00 น.โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ,พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริมฯ พ.ต.ท.จักรินทร์ อัสดงพงพนา รอง ผกก.สส.สภ.แม่ริม เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ธนัตถ์ นันศิริ สว.สส.ฯ ร.ต.อ.ชาตพล มั่งมูล รองสว.สส.ฯ ร.ต.ต.อุดร หวลหงส์, ด.ต.บัญชา เปี่ยมบริบูรณ์, ด.ต.โสภณ ทองหลอม พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวแดง (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ที่อยู่ ต.แม่สา อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่

พร้อมของกลางคือ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นแกรนต์ฟีราโน่ สีเขียวเทา หมายเลขทะเบียน 2กญ-8850 เชียงใหม่ ,หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบสีขาวคาดดำ จำนวน 1 ใบ,เสื้อแขนยาวสีดำแบบมีฮุดด้านหลัง จำนวน 1 ตัว ,เสื้อแขนยาวสีดำแขนสีเทาแบบมีฮุดด้านหลัง จำนวน 1 ตัว ,กางเกงผ้าสีดำขายาว จำนวน 1 ตัว ,รองเท้าแตะแบบสวมใส่สีดำเทา จำนวน 1 ตัว ,แมสปิดปากจำนวน 1 อัน ,ไขควง จำนวน 1 อัน ,เงินเหรียญสิบบาท จำนวน 7 เหรียญ,ธนบัตรฉบับละ 100 จำนวน 1 ฉบับ,ธนบัตรฉบับละ 20 จำนวน 2 ฉบับ รวมเป็นเงินของกลาง จำนวน 210 บาท ,ถุงเท้าสีดำเทา จำนวน 1 คู่ ,ถุงผ้าสีดำมีตัวอักษร AIS SUPER SMART ตรงกลาง จำนวน 1 ใบ ,รองเท้าแตะแบบสวมใส สีดำคาดแดง(ผู้ถูกจับถอดทิ้งไว้แล้วหลบหนีในวันก่อเหตุเมื่อ 23 ต.ค.63 ) จำนวน 1 คู่
นำตัวดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลตามหมายจับ(ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.622/2563 ลง 2 พฤศจิกายน 2563 ) ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน“ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยการทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์” นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพื่อส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฏหมาย

ทั้งนี้ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 เวลาประมาณ 10.30 น.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่ริมฯได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุแม่ริมว่า เกิดเหตุลักทรัพย์(เงินสด)ในเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ ที่บ้านเลขที่ 146 หมู่ 7 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยร.ต.อ.พงศ์พิพัฒน์ นันทวิสุทธิ์ พนักงานสอบสวนเวร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัยและด้านหน้าบ้านได้เปิดเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างและในบริเวณดังกล่าวนั้น ผู้เสียหาย ได้นำเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญมาติดตั้งไว้ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 3 เครื่อง และตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือแบบออนไลน์ จำนวน 1 เครื่อง ต่อมาตามวันเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายได้มาเปิดร้าน จึงพบว่าที่เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญถูกคนร้ายไม่ทราบเป็นใครงัดแงะเอาเงินในเครื่องซักผ้าไป ประมาณ 2,000 กว่าบาท

ผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่ริม ได้ทำการตรวจดูกล้องวงจรปิดที่ติดภายในร้านจึงพบว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.50 – 05.30 น.ของวันที่ 22 ต.ค.2563 ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร จำนวน 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น แกรนต์ฟีราโน่ ไม่ทราบสีและทะเบียนที่ชัดเจน เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้านและเดินเข้าไปที่ตู้เติมเงินและพยายามจะงัดแงะตู้เติมเงินแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นคนร้ายได้เดินไปงัดแงะเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญที่เครื่องที่สองและได้เงินไปประมาณ 2,000กว่าบาท จึงได้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่ริมได้ได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่า คนร้ายมีจำนวน 1 คน ตำหนิรูปพรรณสัณฐานและลักษณะการแต่งกาย ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตแบบมีฮู้ดทับด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง สวมกางเกงขายาว รองเท้าแตะแบบสวม ไม่ทราบสีที่ชัดเจนเนื่องจากเป็นกล้องอินฟาเรด อายุประมาณ 20-40 ปี สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร และใช้แมสปิดปากด้วย ลักษณะออกไปทางเพศหญิง ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนต์ฟีราโน่ ไม่ทราบสีและทะเบียนที่ชัดเจน โดยช่วงวันเวลาที่เกิดเหตุดังกล่าวนั้น คนร้ายได้ขับขี่มาทางบ้านสันเหมืองมุ่งหน้าสี่แยก อบต.ดอนแก้วและจะออกถนนโชตนา เมื่อขับขี่ผ่านร้านที่หรือสถานที่เกิดเหตุ คนร้ายได้ขับเลยไปเล็กน้อย จากนั้นได้ขับวกกลับมาจอดบริเวณหน้าร้านแล้วเดินเข้าไปที่ตู้เติมเงินก่อนเป็นอันดับแรกและได้พยายามงัดแงะแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นได้เดินมาสำรวจที่เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญในบริเวณดังกล่าวและเห็นว่าปลอดคนแล้ว คนร้ายจึงได้เดินไปที่รถจักรยานยนต์อีกครั้งพร้อมได้นำถุงผ้า ข้างในมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงัดแงะมาที่ตู้เครื่องซักผ้าและได้งัดแงะเครื่องที่สองใช้เวลานานพอสมควร จนสำเร็จและได้เงินไปตามจำนวนดังกล่าว จากนั้นคนร้ายได้เดินมาที่รถจักรยานยนต์และจูงข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม จากนั้นได้ขับขี่หลบหนีเข้าไปในซอยฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุดังกล่าว
ต่อมาพนักงานสอบสวนแม่ริมได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิด และศาลได้ออกหมายจับคนร้ายรายนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนทราบว่าคนร้ายรายนี้มีตำหนิรูปพรรณสัณฐานคล้ายคลึง นางสาวแดง (นามสมมุติ) ผู้ถูกจับ เป็นอย่างมาก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมก็ได้ทราบที่พักอาศัยของนางสาวแดง (นามสมมุติ)จากนั้นจึงได้ร่วมกันไปตรวจสอบยังบ้านพักอาศัย เมื่อไปถึงพบ หญิงคนหนึ่งลักษณะตำหนิรูปพรรณสัณฐานคล้ายๆนางสาวแดง(นามสมมุติ) ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวลักษณะมีพิรุธเป็นอย่างมาก ซึ่งน่าเชื่อว่าภายในบริเวณบ้านหลังดังกล่าวน่าจะมีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

จึงได้ร่วมกันเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเรียกตัวนางสาวแดง (นามสมมุติ) ผู้ถูกจับ ออกมาพบข้างนอก โดยนางสาวแดง (นามสมมุติ) ผู้ถูกจับ ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วถึงกับมีอาการตกใจกลัวหน้าซีดจนตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงได้ขอเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน ผู้ถูกจับ ยินยอมให้เข้าไปตรวจสอบแต่โดยดีและเป็นผู้นำเข้าไปตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจสอบภายในบ้านพบของกลางตามรายการดังกล่าวข้างต้น นางสาวแดง (นามสมมุติ) ผู้ถูกจับ ยอมรับสารภาพว่าเป็นของตนเองทั้งหมดและเป็นของกลางที่ตนเองได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์มา จากนั้นนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้เอาภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่หลบหนีมาให้ ผู้ถูกจับ ดูจนเข้าใจดีแล้วและรับว่าภาพบุคคลดังกล่าวเป็นตนเองจริง และ นางสาวแดง (นามสมมุติ) ให้การยอมรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับและตามภาพประกอบในหมายจับดังกล่าวนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อนจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.แม่ริมฯดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นนางสาวแดง (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ได้ให้การรับสารภาพว่า หลังจากโรคโควิด 19 ระบาด จึงตกงานดรงแรที่เคยทำงานเลิกจ้าง ไม่มีงานทำ และตนเองกำลังตั้งท้องลูกคนที่ 7 ได้ ประมาณ 2 เดือน จึงไม่มีเงินใช้จ่ายจึงลงมือก่อเหตุลักทรัพย์เงินจากตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า และตู้เติมบุญ งัดคลินิค ในพื้นที่ อำเภอแริม จำนวนหลายแห่ง เพื่อหาเงินนำมาใช้จ่าย โดยตนเองเคยแต่งงานมาแล้วกับสามีคนเก่ามีลูกจำนวน 3 คน และต้องเลิกรากันไปและมาแต่งงานกับสามีใหม่มีลูกอีก 3 คน และกำลังตั้งท้องได้ประมาณ 2 เดือนอีก 1 คน จึงมีเหตุจำใจก่อเหตุลักทรัพย์และมาถูกจับกุมตัวในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แต่เกิดความเห็นใจ แต่กฎหมายก็คือกฎหมายผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ จึงต้องทำการจับกุมตัวดำเนินคดีดังกล่าว.

Advertisement
Continue Reading
Advertisement