ข่าว
เช็คเลย! สปสช.ยกเลิกสถานพยาบาล-คลินิกอีก 108 แห่ง หลังพบทุจริตซ้ำอีก
สปสช. ยกเลิกสถานพยาบาล-คลินิก ทุจริตบัตรทองอีก 108 แห่ง มีผล 1 ต.ค.นี้ ยืนยันประชาชนทุกคนยังมีสิทธิบัตรทองเหมือนเดิม
(29 กันยายน 2563) นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าว “สปสช.สร้างความมั่นใจประชาชน แจงแนวทางบรรเทาผลกระทบประชาชนสิทธิบัตรทอง กทม. ก่อนยกเลิกสัญญาหน่วยบริการเพิ่ม 30 ก.ย. นี้” ว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากกระบวการตรวจสอบในเรื่องของการดูแลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในกลุ่ม โรคเมตาบอลิก และตรวจพบความผิดปกติของการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลมายังสปสช. และลงไปตรวจสอบมากขึ้นก็พบว่า 18 คลินิกมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการไม่เป็นไปตามสุจิรต จึงขยายผลตรวจสอบเชิงลึกมากขึ้น
นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า การตรวจสอบในล็อตที่ 3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีการดำเนินการ้องทุกข์แจ้งความกับกองปราบปรามนเรียบร้อยและส่งหนังสือยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ทั้งหมดจำนวน 108 แห่ง ครอบคลุมประชากรราว 1 ล้านคน ทั้งนี้ มีการยกเลิกก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ล็อต โดยล็อตที่ 1 จำนวน 18 แห่ง ล็อตที่ 2 จำนวน 64 แห่ง ซึ่งทั้ง 3 ล็อตครอบคลุมประชากรในแง่ของคนที่อยู่ในสิทธิบัตรทองประมาณ 2 ล้านคน แต่ครอบคลุมกลุ่มที่มีผลกระทบจริงต้องใช้บริการรักษาต่อเนื่องประมาณ 4-5 แสนคน รวมทั้ง 3 ล็อต จำนวน 190 แห่ง แยกเป็น รพ.เอกชน 10 แห่ง คลินิกทันตกรรม 5 แห่ง ที่เหลือเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่น มูลค่าความเสียหายรวม 198 ล้านบาท ซึ่งสามารถเรียกคืนได้แล้วเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง ที่เหลือใช้วิธีชะลอจ่ายงบฯ อื่น ๆ ให้กับหน่วยบริการเหล่านั้นแทน

ทั้งนี้ ในระยะเวลาสั้น สปสช.เร่งดำเนินการอำนวยควาสะดวกให้กับประชาชนมากที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของหน่วยบริการที่ขาดแคลน โดยให้สิทธิกับประชาชนที่ยังไม่เจ็บป่วยในลักษณะสิทธิพิเศษ ไม่ต้องลงทะเบียนหน่วยบริการประจำ หมายความว่าหากเจ็บป่วยจะไปใช้บริการในหน่วยบริการของรัฐที่ใดก็ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องมีใบส่งตัว เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนในช่วงที่พยายามแก้ไขหน่วยบริการประจำ
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลนั้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่จำเป็นจริง ๆ ต้องนอนรพ. เช่น ผู้ป่วยล้างไต หรือรอผ่าตัด เป็นต้น สปสช.ได้ประสานสถานที่ต่างๆพร้อมเรียบร้อยแล้ว หากยังไม่ได้รับการประสานสามารถติดต่อเข้ามาที่สปสช.ได้ 2.กลุ่มผู้ป่วยเอดส์ หรือกลุ่มที่รับยาสม่ำเสมอประสานเรียบร้อยแล้ว และ 3.กลุ่มโรคเรื้อรัง มีความจำเป็นต้องได้รับยาสม่ำเสมอ พยายามจัดหน่วยบริการภาครัฐเพื่อให้มีความเชื่อมั่น เบื้องต้นสามารถไปรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครในพื้นที่ทั้ง 69 แห่ง
“เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร และไม่กระทบกับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทุกคนยังมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่มีความผิดปกติเกิดขึ้นในหน่วยบริการพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้จำเป็นต้องดำเนินทางกฎหมายในการฟ้องร้องและยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการ ทำให้ไม่มีหน่วยบริการประจำ แต่คนที่ไม่ป่วยหากเกิดป่วยขึ้น สามารถไปรักษาที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองที่ใดก็ได้ รวมถึงในจังหวัดรอบข้าง เช่น นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ โดยใช้บัตรประชาชน และไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่องนั้นได้มีการประสานจัดหาหน่วยบริการรองรับให้แล้ว ผู้ที่มีข้อสอบถามโทรได้ที่02-554-0500 อีก 80 คู่สายตลอด 24 ชั่วโมง” นพ.ศักดิ์ชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประชากรที่ครอบคลุมในการยกเลิกสัญญาหน่วยบริการทั้ง 190 แห่งนั้น ราว 2 ล้านคน โดย 1.7 ล้านคน ไม่ได้กระทบอะไร เพราะฉะนั้นประชาชนที่ไม่ได้เจ็บป่วย ขอความกรุณาไม่ต้องรับไปลงทะเบียนใดที่หน่วยบริการ เพราะยังมีสิทธิบัตรทองอยู่เหมือนเดิมและเมื่อเจ็บป่วยไปใช้บริการที่ใดก็ได้ แต่หากเร่งไปลงทะเบียนที่หน่วยบริการ ทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องรับบริการได้รับการบริการล่าช้า โดยอีกระยะหนึ่งสปสช.จะประกาศหน่วยบริการให้เลือกหน่วยบริการประจำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศรับสมัครหน่วยบริการที่จะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ แต่หากต้องการตรวจสอบสิ่งต่างสามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ของสปสช. www.nhso.go.th หรือ เฟซบุ๊คสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
