ข่าว
“ดร.บุญลือ” ภูมิใจไทย ทวงผู้ว่า ธปท. เร่งกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่
รัฐสภา – เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ห้องพรรคภูมิใจไทย ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ส.ส.ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผย หลังจากร่วมอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมีวาระสำคัญเรื่องด่วนในการพิจารณาพระราชกำหนด 3 ฉบับ ได้แก่ 1.พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 “2.พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ.2563 และ 3.พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี
ส.ส.ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา กล่าวว่า ในจำนวน 11 มาตรา สาระสำคัญอยู่ที่ มาตรา 3, 5, 6 กระทรวงการคลัง ทำการกู้เงินทั้งหมด 1.9 ล้านล้านบาท แยกเป็น 3 แผนงาน ซึ่งแผนงานที่หนึ่งด้านการสาธารณสุข จำนวน 45,000 ล้านบาทนั้นมองว่าจะน้อยไป หรือไม่อย่างไร เพราะต้องใช้ทางการแพทย์และรัฐบาลได้ต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 จนทำให้ประเทศไทยปลอดภัยสามารถอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์รวมไปถึงค่าตอบแทนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีทั้งหมอและพยาบาล รวมถึง อสม. หรือแม้แต่กำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญ
“ผมเชื่อมั่นในการบริหารงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพราะหลักความเป็นผู้นำในการบริหารถือเป็นหัวใจสำคัญ ดังจะเห็นจากทุกหน่วยงานออกมาช่วยกันและยังรวมไปถึง พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ก็ได้ส่งกำลังทหารไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ได้สั่งให้ข้าราชการตำรวจออกช่วยเหลือประชาชน

สองด้านการช่วยเหลือเยี่ยวยา 555,000 ล้านบาท ตนได้ติดตามข่าวจากผู้แทนกระทรวงการคลังทราบว่า ผลการเยียวยาได้ดำเนินการไปแล้ว 95% นั้นหมายถึงว่า อีก 5% ก็จะเยียวยาแล้วเสร็จใช่หรือไม่ ในเรื่องนี้ขอชื่นชม ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ เลขาธิการของ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ประชาชนได้ชุมนุมหน้ากระทรวงการคลัง ทางเลขาธิการฯ ได้ออกมาพูดคุยทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี
สาม ด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม งบ 400,000 ล้านบาท เป็นหน้าที่ของทุกกระทรวงที่จะต้องจัดทำแผน โครงการฯ จึงขอฝากให้แต่ละกระทรวงคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจหรือพืชพลังงาน เช่น อ้อย ข้าวโพด และการจัดหาแหล่งน้ำ เพื่อประชาชน”
ส.ส.ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาโรคไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ขอฝากเรื่องระบบการเรียน ส่วนตัวมองว่าควรที่จะมีการเปิดการเรียนสลับกัน หมายถึง แยกเด็กประถมและมัธยม สลับการเปิดให้นักเรียนไปยังโรงเรียนเพื่อลดจำนวนความแออัด และอีกเรื่องที่สำคัญฝากถึงท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ต้องส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดใหม่ๆเข้ามาทำธุรกิจ โดนเฉพาะการใช้โมบายแบงค์กลิ้ง การชำระเงินออนไลน์ ซึ่งนักธุรกิจรุ่นใหม่มีความสามารถในการสร้างรูปแบบทำธุรกรรมการเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังทั้งที่วันนี้ทุกคนต้องหยุดเชื้อเพื่อชาติ อยู่บ้าน กินข้าวบ้าน ทำงานที่บ้าน ช้อปปิ้งออนไลน์ จึงขอให้ผู้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเร่งโครงการ และอนุมัติกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ด่วน ซึ่งไม่ใช่ให้เพียงนักธุรกิจรายใหญ่ แต่ควรให้คนรุ่นใหม่ได้รับโอกาสนี้ เพราะที่ผ่านมาทราบว่านักธุรกิจคนรุ่นใหม่ได้รับการตรวจสอบเส้นทางการเงินจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แล้ว จึงเห็นควรที่ให้การอนุมัติ เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ด้วย และภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะนำพาให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และในอนาคตเมื่องบประมาณใช้ถูกทางตามนโยบายก็ยังจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นด้วย
