Connect with us

ข่าว

ชาวบ้านเดือดร้อนถูกหลอกให้ซื้อที่ดินรวม 500 ไร่ กว่า 10 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้าน พื้นที่เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวเชียงราย
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2563 นายวงศ์ศิริ วโรสัน ประธานสหพันธ์ม้งและชนเผ่าแห่งสยาม มีบ้านอยู่หมู่ 9 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย พร้อมตัวแทนชาวบ้าน มีนายลีป๋อ แซ่ว่าง อายุ 49 ปี เป็นชาวบ้านใน ต.ดงมหาวัน และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้ทำหนังสือถึงนายไพจิตร ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฏร โดยมีตัวแทนมารับหนังสือ คือนายวีระวุฒิ เทพเรือง (พ่อเลี้ยงโปงลาง) กรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร และเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมทหารกองหนุน และทหารผ่านศึก (ชุดปฏิบัติการ) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อม พ.อ.จงกล บุญเรือง ประธานชมรมทหารกองหนุนและทหารผ่านศึก (ชุดปฏิบัติการ) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ทางนายวีระวุฒิ และ พ.อ.จงกล รับทราบความเดือดร้อนจากชาวบ้านที่ถูกหลอกให้ซื้อที่ดินทั้งหมด รวมประมาณกว่า 500 ไร่ เป็นเวลานานประมาณกว่า 10 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2552 จนถึงปัจจุบัน โดยในราคาเริ่มต้นปี พ.ศ.2553 ไร่ละ 35,000 บาท และปัจจุบันราคาไร่ละ 50,000 บาทถึง 100,000 บาท อยู่ที่ว่าพื้นที่ดินมีทำเลดีหรือไม่ ที่ดินทั้งหมดอยู่ หมู่ 9 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย รวมแล้วมูลค่าเสียหายมากกว่า 20 ล้านบาท

Advertisement

ซึ่งปัญหาดังกล่าว สืบเนื่องจากสหพันธ์ม้งและชนเผ่าแห่งสยาม มีสมาชิกชนเผ่า จำนวน 22 ชนเผ่าจากทั่วประเทศ ได้จัดทำโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ในช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤตโรคระบาด โควิด-19 สมาชิกชนเผ่าระดมข้าวสารและอาหารแห้ง จำนวนประมาณ 5 ตัน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนหนึ่งนำส่งมอบให้ชาวบ้านและสถานพยาบาล ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2563 และส่งมอบข้าวสารและอาหารแห้งอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าวส่งให้ชาวบ้านใน อ.ดอยสะเก็ด ไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงมีโอกาสได้พูดคุยถึงปัญหาของชนเผ่าและชาติพันธุ์ต่างๆในภาคเหนือ

กรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร จึงทราบปัญหาจากชนเผ่าต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือ พบปัญหาดังกล่าวล่าสุดนี้ว่า มีผู้นำชาวบ้านในหมู่บ้าน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย โดยชาวบ้านได้ถูกชักชวนให้มาจับจองและซื้อที่ดินอยู่อาศัยถาวร โดยผู้นำชุมชนได้เป็นผู้ขายให้ และชาวบ้านจากพื้นที่ต่างๆทั่วภาคเหนือใน จ.ตาก จ.พะเยา จ.น่าน และ จ.เชียงราย ก็ขายบ้านตนเองในพื้นที่ต่างๆ มาซื้อที่ดินที่ ต.ดงมหาวัน ดังกล่าว เพื่อหวังว่าจะอยู่อาศัยไปชั่วชีวิต ตั้งแต่ พ.ศ.2552 หรือประมาณกว่า 11 ปีที่ผ่านมา ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ไร่ ราคาจับจองและซื้อราคา 35,000 บาท และต่อมาราคาแพงขึ้น ไร่ละ 50,000-100,000 บาท ชาวบ้านได้ซื้อไปแล้วจำนวนประมาณ 500 ไร่ คนละ 1-2 ไร่

ต่อมาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาว่ามีนายทุนชาวจีน นำเครื่องจักรและรถไถ และรถแม็คโคร จะมาทำการรื้อถอนบ้านชาวบ้าน จึงนำเรื่องดังกล่าวแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงปัญหาดังกล่าว รวมทั้งทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และทางกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบหมดแล้ว แต่เกิดปัญหาโรคระบาดไวรัสโคโรน่า โควิด-19 ระบาดเสียก่อน ปัญหาและเรื่องดังกล่าวจึงชะลอไว้ก่อน

นายลีป๋อ แซ่ว่าง อายุ 49 ปี เป็นชาวบ้านใน ต.ดงมหาวัน ผู้เดือดร้อนคนหนึ่ง เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า ได้ซื้อที่ดินไว้จำนวน 2 ไร่ ในราคา 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาท) เมื่อ พ.ศ.2552 โดยซื้อจากนายบัญฑิต แสงเสรีธรรม และนายไทธชา แสงเสรีธรรม สองคนพี่น้องอ้างว่าเป็นเจ้าที่ดินได้เชิญชวนชาวเขาเผ่าต่างๆ มาซื้อจะขายในราคาถูกและให้ปลูกพืชผักขายได้ มีการโฆษณาทางสื่อวิทยุชนเผ่าอีกด้วย ซึ่งก็พบว่ามีชาวเขาเผ่าต่างๆ มาซื้อที่ดินในพื้นที่ปัญหาดังกล่าว จากที่ตนได้มีบ้านเดิมอยู่ จ.ตาก ได้ขายที่ดินจาก จ.ตากแล้วมาซื้อที่ จ.เชียงราย แต่ก็มาพบปัญหาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ถูกนายทุนชาวจีนนำเครื่องจักร เครื่องยนต์ รถไถ มาจะรื้อบ้านเรือนของตน อ้างว่าได้ซื้อจากเจ้าของที่ดินแล้ว ตนก็วิ่งเต้นถามถึงที่ดินที่ซื้อกับนายบัญฑิต และนายไทธชา สองพี่น้อง เพราะต้องการทราบว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง ร้องไปที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร้องไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ไปหมดแล้ว ซึ่งล่าสุดก็มีการข่มขู่จะรื้อถอนบ้านอีก จึงนำเรื่องแจ้งที่สหพันธ์ม้งและชนเผ่าแห่งสยาม และร้องนายไพจิตร ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฏร ให้ทราบปัญหาดังกล่าว

ปัญหานี้นายวีระวุฒิ เทพเรือง กรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร จึงได้รับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านดังกล่าว เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่ 22 พ.ค.2563 กรณีปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเพื่อให้หน่วยงานที่ทราบปัญหาแก้ไขต่อไป เพราะชาวบ้านมีความเดือดร้อนมานานกว่า 10 ปีแล้วต่อไป.

Advertisement

Continue Reading
Advertisement