Connect with us

ข่าว

กรมศุลกากรจับหนุ่มเมียนมา ซุกเงินสด 23 ล้านบาทในกล่องขนม หวังลักลอบข้ามแดนแม่สาย

Published

on

กรมศุลกากรด่านแม่สายสกัดจับชายเมียนมา ซุกซ่อนธนบัตรไทยกว่า 23 ล้านบาทในกล่องปลาเส้นและมันฝรั่ง หวังลักลอบขนเงินตราข้ามแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรประจำด่านพรมแดนแม่สาย สกัดจับชายชาวเมียนมาวัย 31 ปี ขณะพยายามลักลอบขนเงินตราสกุลเงินบาทมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท โดยซุกซ่อนไว้ในกล่องปลาเส้นและมันฝรั่งเพื่อข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศเมียนมา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินและไม่ได้แจ้งต่อพนักงานศุลกากร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรแม่สาย ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ป้ายทะเบียนประเทศเมียนมา บริเวณช่องทางเดินรถขาออกนอกราชอาณาจักร ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 20 เมตร โดยมีชายชาวเมียนมาเป็นผู้ควบคุมรถ และได้ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางขาออกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายเรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในลังกระดาษสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่งจำนวน 2 กล่อง โดยกล่องแรกบรรจุธนบัตรจำนวน 17 มัด มัดละ 1,000,000 บาท รวม 17,000,000 บาท ส่วนกล่องที่สองบรรจุธนบัตร 6 มัด และธนบัตรย่อยอีก 23 ฉบับ รวม 6,023,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 23,023,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดและจับกุมผู้กระทำผิดทันที

นายวาริส วิสารทานนท์ นายด่านศุลกากรแม่สาย เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการขานรับนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายศุลกากร ซึ่งได้รับการกำชับจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากรและสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ให้ทุกด่านดำเนินการสกัดกั้นการกระทำผิดอย่างสุดความสามารถ

สำหรับการกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐานพยายามลักลอบส่งเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตามมาตรา 8 และมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement