ข่าว
รมว.คมนาคม ควักเงินส่วนตัวตั้งรางวัลคนชี้เป้า คนไม่กักตัว-หนีด่านตรวจโรค COVID-19
รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสุวรรณภูมิ ควักเงินส่วนตัวตั้งรางวัล 10,000 บาท คนชี้เป้า คนไม่กักตัว-หนีด่านตรวจโรค COVID-19
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และการปฏิบัติงานตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า สืบเนื่องจากทางสำนักงานการบินพลเรือน (กพท.) ได้ออกประกาศเพิ่มมาตรการในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในเรื่องการคัดกรองคนที่จะเดินทางเข้าประเทศ ตามประกาศของกระทรวงสาธาณสุขที่ระบุประเทศที่ต้องเฝ้าระวังโรคระบาดติดต่อร้ายแรง โดยผู้โดยสารที่จะเดินทางมาจากประเทศต้นทาง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ มาเก๊า และฮ่องกง จะต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ต้นทาง และออกใบรับรองว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 จึงจะสามารถออกบอร์ดดิ้งพาสให้ขึ้นเครื่องได้
ขณะเดียวกันก่อนขึ้นเครื่องจะต้องผ่านการตรวจวัดอุณภูมิโดยเจ้าหน้าที่ของสายการบิน หากมีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ เมื่อขึ้นเครื่องแล้วเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม ต.8 ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อระบุว่ามาจากประเทศใดและจะไปที่ใด ซึ่งเอกสารทั้งหมดรวมถึงใบรับรองแพทย์จะต้องนำมายื่นให้แก่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศไทยอีกครั้ง ขณะที่ในส่วนของประเทศไทยจะมีการตรวจเช็คว่าใบรับรองแพทย์ดังกล่าวเป็นใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้องเป็นทางการหรือไม่ หากมีการใช้เอกสารปลอมจะดำเนินคดีทันที และหากไม่มีใบรับรองแพทย์ก็จะไม่ให้เข้าประเทศ

สำหรับประชาชนที่เดินทางมาก่อนที่จะมีมาตรการดังกล่าว ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขและ ตม. ได้ประสานข้อมูลกันแล้ว ซึ่งจะมีการนำภาพถ่ายของผู้ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรองเผยแพร่ต่อสาธารณชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันสอดส่องบุคคลที่เป็นผู้เฝ้าระวัง รวมถึงขอให้ผู้ที่หลบหนีการตรวจคัดกรองมารับการตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐเพื่อให้เกิดความมั่นใจ หรือกักตัวเองอยู่ในที่พักเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้พบเห็นและชี้เบาะแสบุคคลที่หลบหนีการตรวจคัดกรอง และไม่กักตัว จำนวน 10,000 บาท เป็นเงินส่วนตัวของตนเอง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าว
ทั้งนี้จากการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พบว่า มีความพร้อมทั้งเครื่องมือ และระบบคัดกรองต่างๆ เจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ทุกวัน โดยมีการคัดแยกอย่างชัดเจนว่าหากมีประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศต้นทางที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จะทำการคัดแยกเป็นพิเศษ หากพบว่าบุคคลใดที่มีอาการเสี่ยงจะแยกไปที่อาคารรับรองสัตหีบทันทีเพื่อกักตัว 14 วัน ซึ่งขณะนี้ทาง บขส. มีการจัดเตรียมรถรับผู้โดยสาร และมีเจ้าหน้าที่ทหารติดท้ายขบวน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจนำขบวนเพื่อเข้าสู่พื้นที่กักตัว ซึ่งหลังจากพ้น 14 วันไม่มีปัญหาจะให้เดินทางกลับบ้านได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าขณะนี้ยังไม่มีปัญหาใดๆ
