Connect with us

ข่าว

กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามและฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชุมชนบ้านปางอ้า อ.เถิน

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ชัยวุฒิ ไชยอินตา ผู้สื่อข่าวลำปาง 
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo

นายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง ,นายเศวต คลายนาทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่งโครงการ, นายอุเทน เกตุแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านชดเชยทรัพย์สิน, พร้อมเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินทางลงพื้นที่ชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นที่มีผลการทบกับชาวบ้านรอบโครงการ “สร้างอ่างเก็บห้วยแม่เย๊าะพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ โดยมีกลุ่มตัวแทนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่โครงการฯ ร่วมประชุมฯ

การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ วันพฤหัสบดีที่16 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ อาคารประชุมภายในวัดปางอ้า นายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางอ้า ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง โดยมี นายปวิน พละชัย หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 5 โครงการชลประทานลำปาง เป็นผู้กล่าวรายงานการประชุมในครั้งนี้

จากสภาพปัญหาของชาวบ้าน ชุมชนบ้านปางอ้า หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ที่ต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้ง และปัญหาน้ำท่วมน้ำไหลหลากในช่วงฤดูฝนมาโดยตลอด เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าแล้งแทบจะทุกปี ชาวบ้านต่างต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ซึ่งปัญหาภัยแล้งยังได้ส่งผลกระทบไปถึงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ทั้งหมู วัว ควาย

ซึ่งชาวบ้านต้องเดินทางออกไปหาน้ำจากแหล่งน้ำต่างพื้นที่ นำมาให้กับสัตว์เลี้ยงที่ทำการเลี้ยงไว้ได้ดื่มกิน ทำให้ต้องได้รับความลำบากและเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ชาวบ้านบ้านปางอ้าจึงได้ร่วมกันถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการ “สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เยาะ” โดยได้รับการอนุมัติโครงการเมื่อปี 2555 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับโครงการ “อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ” ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ทั้งเพื่อการเกษตร และการอุปโภคบริโภค โดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกรมชลประทาน ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ ทำการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะขึ้น เมื่อช่วงกลางปี 2561

นายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง กล่าวว่า โครงการ “ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ” เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการก่อสร้างตามรูปแบบในลักษณะของอ่างกักเก็บน้ำขนาดเล็ก มีแนวสันเขื่อนเป็นแกนดินเหนียวขนาดความยาว 280 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 15 เมตร กักเก็บน้ำได้ 7 แสนลูกบาศก์เมตร มีอาคารควบคุมระบบน้ำล้นพร้อมจัดวางระบบท่อส่งน้ำ ลงสู่ลำน้ำสายเดิมด้วยท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ยาว 800 เมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมกว่า 42 ล้านบาท

ซึ่งเขื่อนน้ำห้วยแม่เย๊าะ กักเก็บน้ำจะมีพื้นที่จมน้ำเหนือเขื่อนประมาณ 90 ไร่ แต่จะสามารถจัดส่งน้ำให้แก่พื้นที่ทำการเกษตรได้ครอบคลุมมากกว่า 1,000 ไร่ในฤดูฝน และครอบคลุมพื้นที่กว่า 400 ไร่ในช่วงหน้าแล้ง โดยจะมีราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำ 3 หมู่บ้าน รวมกว่า 700 ครัวเรือน และหากได้รับการบริหารจัดการที่ดี ก็คาดว่าจะสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้เพิ่มมากขึ้นอีก

ด้าน เกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันออกมากล่าวถึงความรู้สึกที่ชุมชน ได้รับพระราชทานโครงการ “อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ” ว่า ที่ผ่านมาหลายสิบปีชุมชนบ้านปางอ้าและชุมชนใกล้เคียง ทั้งชุมชนบ้านแม่แสลม บ้านชัยชุมภู รวม 3 หมู่บ้าน ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่เป็นประจำแทบทุกปี การได้รับโครงการอ่างเก็บน้ำครั้งนี้ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ซึ่งชาวบ้านทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้ง ปลาบปลื้มดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ” ให้

ซึ่งหลังจากนี้ทางชุมชนพื้นที่ก็จะได้ช่วยกันบริหารจัดการการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกครัวเรือนอย่างทั่วถึง และพร้อมที่จะช่วยกันดูแลรักษาให้ “อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เย๊าะ” ได้คงอยู่เป็นแหล่งน้ำคู่กับชุมชนตลอดไป รวมทั้งจะร่วมกันพัฒนาให้พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ได้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนและสร้างอาชีพประมงให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ จะทำให้ราษฎรได้รับการพัฒนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนด้วย สำหรับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านอื่นๆ ทางกรมชลประทานยินดีรับฟังและนำมาแก้ไขร่วมกันกับชาวบ้าน เพื่อความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

Continue Reading
Advertisement