ข่าว
สวทช. ร่วม ม.เกษตรฯ เวียดนาม ถ่ายทอดเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง มุ่งผลิตท่อนพันธุ์สะอาดในลุ่มน้ำโขง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งชาติเวียดนาม (Vietnam National University of Agriculture: VNUA) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ “CleanCass Workshop – Cassava Mosaic Disease Diagnosis and Clean Cassava Seed Production Systems” ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2569 ณ กรุงฮานอย และจังหวัดฟู้เถาะ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและระบบการผลิตท่อนพันธุ์สะอาด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง-แม่โขง
ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ หัวหน้าโครงการและนักวิจัยจากทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช. ระบุว่า มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว มีสัดส่วนการส่งออกมันสำปะหลังรวมกันกว่าร้อยละ 90 ของตลาดโลก ทว่าปัจจุบันกำลังเผชิญการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง (CMD) ที่แพร่กระจายผ่านท่อนพันธุ์ติดเชื้อและแมลงหวี่ขาว ส่งผลกระทบต่อผลผลิต วัตถุดิบอุตสาหกรรม และปริมาณท่อนพันธุ์สำหรับฤดูปลูกถัดไป การจัดการโรคจึงต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการคัดกรองท่อนพันธุ์ปลอดโรค การเฝ้าระวัง และการควบคุมแมลงพาหะ





การอบรมครั้งนี้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัย สวทช. ประกอบด้วย เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT) สำหรับการขยายพันธุ์สะอาด, เทคนิคการตรวจวินิจฉัยโรคในห้องปฏิบัติการแบบ DAS-ELISA ควบคู่กับการใช้เครื่อง WellScan ของเนคเทค สวทช. และชุดตรวจแบบรวดเร็ว SLCMV Strip Test ซึ่งทราบผลภายใน 15 นาที ช่วยให้ประเมินการจัดการต้นติดเชื้อในแปลงปลูกได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ (ABCT) ไบโอเทค ยังได้ถ่ายทอดแนวทางการควบคุมแมลงหวี่ขาวด้วยชีววิธี (Biocontrol) เพื่อลดการพึ่งพาสารเคมี
ด้าน Dr. Ha Viet Cuong ผู้แทนจากภาควิชาโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ VNUA กล่าวว่า การร่วมมือกับ สวทช. เป็นการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเกษตรกรเวียดนามผ่านการฝึกปฏิบัติจริง ทั้งในห้องปฏิบัติการที่กรุงฮานอยและการลงพื้นที่ภาคสนามที่จังหวัดฟู้เถาะ เพื่อให้นำเทคโนโลยีไปปรับใช้ในการเฝ้าระวังและตัดวงจรการแพร่ระบาด ทั้งนี้ กิจกรรมตลอด 3 วันยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์โรคร่วมกับหน่วยงานวิจัยของเวียดนาม การฝึกตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง และการศึกษาดูงาน ณ สถาบันพันธุศาสตร์เกษตร (AGI)
