Connect with us

การเมือง

ครม. เตรียมพิจารณาขยายบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันสายสีแดง–สีม่วงถึงสิ้นปี 2570

Published

on

รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม. ขยายบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันสายสีแดงและสีม่วงถึง 31 ธันวาคม 2570 หลังมาตรการเดิมมีกำหนดสิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2569

รัฐบาลเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขยายมาตรการ บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยลดค่าเดินทางประจำวันของประชาชน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบาย “ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน” รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินมาตรการดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้พิจารณาข้อเสนอขยายมาตรการถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยครอบคลุมรถไฟชานเมืองสายสีแดงของ รฟท. ได้แก่ สายนครวิถี ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของ รฟม. กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอต่อ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อให้มาตรการช่วยลดค่าเดินทางดำเนินต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน

รองโฆษกฯ ระบุว่า มาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของทั้งสองสายเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ข้อมูลสะสม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พบว่าปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless เพิ่มขึ้นทั้งสองสาย โดยสายสีแดงมีผู้โดยสารเฉลี่ย 9,460 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.01 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.31 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 212.43

Advertisement

ส่วนสายสีม่วงมีผู้โดยสารเฉลี่ย 27,653 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 135.41 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.60 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 275.00 เมื่อรวมทั้งสองสายมีผู้โดยสารเฉลี่ย 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.54

นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า ตัวเลขผู้โดยสารและรายได้ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นสะท้อนผลของมาตรการต่อการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง รวมถึงแนวโน้มการใช้บัตร EMV Contactless ชำระค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการ

Continue Reading
Advertisement