การเมือง
เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.ฎ.ทัศนมาตร ถึง 13 พ.ย. 69 เสนอเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ
รัฐบาลโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ หลักการร่าง พ.ร.ฎ.ทัศนมาตร พ.ศ. …. ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมถึง 13 พฤศจิกายน 2569 โดยเสนอให้ทัศนมาตรเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่า ประชาชน นักทัศนมาตร และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ในช่วงเวลาดังกล่าว
นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า ปัจจุบันการประกอบวิชาชีพทัศนมาตรเป็นการประกอบโรคศิลปะอย่างหนึ่ง อยู่ภายใต้มาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2556) เรื่องการอนุญาตให้บุคคลทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry)
อย่างไรก็ตาม นางสาวพลอยทะเลระบุว่า ทัศนมาตรศาสตร์ยังไม่ใช่สาขาการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงไม่มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาทัศนมาตรพิจารณาวินิจฉัยและลงโทษทางปกครองนักทัศนมาตรที่ฝ่าฝืนข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการประกอบโรคศิลปะ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เธอกล่าวว่าสภาพดังกล่าวทำให้การควบคุมมาตรฐานการประกอบอาชีพยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องจัดทำร่าง พ.ร.ฎ. กำหนดให้ทัศนมาตรเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ เพื่อกำกับมาตรฐานงานที่เกี่ยวกับดวงตาและการมองเห็น
นางสาวพลอยทะเลระบุว่า การรับฟังความคิดเห็นครอบคลุม 10 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นข้อเสนอเรื่องความหมายของทัศนมาตร ให้ครอบคลุมการตรวจและวัดสายตา การวินิจฉัยและแก้ไขฟื้นฟูความผิดปกติของสายตา การใช้แว่นตาและเลนส์สัมผัส การฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา ตลอดจนการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือยาตามที่กำหนด ประเด็นที่สองถามความเห็นต่อหลักการกำหนดให้สาขาทัศนมาตรเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการด้านสายตาและคุ้มครองผู้รับบริการ
ประเด็นที่สามเป็นข้อเสนอเรื่องข้อยกเว้นจากขอบเขตวิชาชีพทัศนมาตร โดยไม่รวมการแก้ไขความผิดปกติของการมองเห็นที่เกิดจากระบบประสาทตา การผ่าตัดหรือใช้เลเซอร์ และการปฏิบัติงานของบุคลากรในวิชาชีพหรืออาชีพอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ประเด็นที่สี่ถามความเห็นต่อการตั้งคณะกรรมการวิชาชีพสาขาทัศนมาตร เพื่อกำกับดูแลและดำเนินการเรื่องมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ส่วนประเด็นที่ห้าเป็นข้อเสนอเรื่ององค์ประกอบคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนสาขาทัศนมาตร ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทัศนมาตรที่ได้รับเลือกตั้ง
ประเด็นที่หกเสนอให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทัศนมาตรต้องสำเร็จการศึกษาทัศนมาตรศาสตร์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพรับรอง และสอบผ่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ประเด็นที่เจ็ดเสนอให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งไม่มีสัญชาติไทยต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทัศนมาตรจากประเทศที่สำเร็จการศึกษาด้วย
ประเด็นที่แปดเป็นบทเฉพาะกาลสำหรับผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเดิม และหนังสืออนุญาตยังไม่สิ้นอายุ โดยเสนอให้ยื่นขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตตามร่าง พ.ร.ฎ. ได้ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับ
ประเด็นที่เก้าเสนอให้ พ.ร.ฎ. มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องมีเวลาเตรียมความพร้อม ส่วนประเด็นที่สิบเสนอให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาทัศนมาตรชุดแรกปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการจากผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทัศนมาตร โดยต้องดำเนินการภายในไม่เกิน หนึ่งปี นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับ
