การเมือง
กรมที่ดิน พบ 1,397 รายถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือแทนต่างด้าว นายกฯ สั่งตรวจกลุ่มเสี่ยงให้เสร็จ ธ.ค. 2569
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมที่ดินได้ร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีระดับจังหวัด โดยพบผู้ถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าว 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ มูลค่าปัจจุบันประมาณ 14,010 ล้านบาท โดยจะเร่งบังคับจำหน่ายที่ดินเฉพาะกรณีที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และดำเนินการตามขั้นตอนทางแพ่งและอาญา
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 10.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” ซึ่งจัดโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินเข้าร่วม
ตามที่นายเอกภพเปิดเผย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลมุ่งปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายไทย การถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดินต้องถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม นายกรัฐมนตรีระบุว่าการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี พร้อมกล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการทำงานดังกล่าวเกิดผลและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการใช้ตัวแทนอำพรางเพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ
สำหรับการตรวจสอบ นายกรัฐมนตรีระบุว่าต้องดูมากกว่าชื่อผู้ถือครองที่ดินหรือผู้ถือหุ้นตามทะเบียน โดยตรวจถึงผู้มีอำนาจควบคุม ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่ายตามกฎหมาย ทั้งนี้ ประเทศไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศที่สุจริต โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย รวมถึงการถือครองหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลัก “จริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง”
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปฏิบัติการ LAND ACTION ว่า ความสำเร็จต้องรวมถึงการทำให้แต่ละกรณีได้ข้อยุติและบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผล ไม่ใช่วัดเพียงจำนวนกรณีที่ตรวจพบ โดยหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน เส้นทางการเงิน และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมให้กรมที่ดินดำเนินการเรื่องการถือครองและจำหน่ายที่ดินตามอำนาจหน้าที่ และประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
นายกรัฐมนตรีกำหนดผลที่ต้องดำเนินการ 3 ประการ ประการแรก ให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดลำดับกรณีกลุ่มเสี่ยง กำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอน และกรอบเวลา เพื่อให้การตรวจสอบได้ข้อยุติเป็นรายกรณี หากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอมินีหรือความผิดอื่น ต้องส่งต่อและขยายผลไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า โดยกำหนดให้ ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
ประการที่สอง หากตรวจสอบพบการถือครองที่ดินโดยมิชอบ ให้ดำเนินการตามกฎหมายเรื่องการบังคับจำหน่ายและติดตามผล พร้อมตรวจสอบการรับโอนและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนนอมินีเป็นรายใหม่โดยที่ปัญหาเดิมยังคงอยู่
ประการที่สาม มุ่งปิดช่องนอมินีรายใหม่และวางระบบป้องกันในระยะยาว โดยให้หน่วยงานนำข้อค้นพบจากปฏิบัติการไปปรับปรุงระบบเฝ้าระวังก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ติดตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและพฤติการณ์ที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว รวมทั้งสื่อสารหลักเกณฑ์แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เกี่ยวข้องและไม่เปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อคดี
นายกรัฐมนตรีขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนำข้อสั่งการไปปฏิบัติในพื้นที่ทันที พร้อมระบุว่ารัฐบาลจะดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการกับนักลงทุนที่สุจริตและเคารพกฎหมาย ตามแนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
หลังการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดปฏิบัติการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการถือครองที่ดินโดยมิชอบให้เกิดผลโดยเร็ว
