ข่าว
ชวนเรียนรู้จาก Relay ถึง Character.ai: โครงการ AI ที่ปิดตัว เปลี่ยนทิศทาง หรือสะดุดระหว่างทาง จนนำไปสู่จุดจบที่ไม่มีใครจำ
Relay เครื่องมือ AI สำหรับทำงานอัตโนมัติที่สร้างขึ้นเป็นทางเลือกแทน Zapier ปิดบริการทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ขณะที่ Character.ai ยื่นล้มละลายหลังเปิดตัวได้ห้าปี ทั้งสองกรณีอยู่ในกลุ่มโครงการ AI ที่ปิดตัวหรือเผชิญปัญหา แม้บางรายเคยระดมทุนหรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก
Relay เปิดให้ผู้ใช้ใช้ AI agent จัดการอีเมลและงานต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ TechCrunch ระบุว่า เมื่อ OpenAI, Google และแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อื่น ๆ ใส่ความสามารถลักษณะเดียวกันลงในเครื่องมือของตน Relay ซึ่งดำเนินธุรกิจมาได้ห้าปีก็รักษาความอยู่รอดในฐานะผลิตภัณฑ์แยกต่างหากได้ยากขึ้น
ข้อมูลของ S&P Global Market Intelligence ระบุว่า โครงการ AI ในองค์กรราว 42% ถูกบริษัทต้นสังกัดยกเลิกในท้ายที่สุด TechCrunch ระบุเหตุผลที่เป็นไปได้ไว้หลายด้าน ได้แก่ เงินทุนไม่เพียงพอ ปัญหาทางเทคนิค การแข่งขัน ความยากในการขยายระบบ และความต้องการของผู้ใช้ที่ไม่มากพอ
OpenAI เคยปรับ ChatGPT เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม โดยพยายามขยายให้เป็น “super app” ที่รวมประสบการณ์ใช้งานหลายแบบ มีโหมด “Chat”, “Codex” และ “Work” แยกกัน พร้อมเปลี่ยนชื่อรูปแบบเดิมเป็น “ChatGPT Classic” ผู้ใช้บางส่วนวิจารณ์ว่าหน้าใช้งานใหม่สับสนและมีองค์ประกอบมากเกินไป ก่อนที่ OpenAI จะยกเลิกการเปลี่ยนแปลงและนำหน้าใช้งานที่คุ้นเคยกลับมา
TechCrunch ระบุว่า แนวทางอีกแบบของ OpenAI คือปิดแอปที่แยกให้บริการแล้วนำความสามารถไปรวมใน ChatGPT ซึ่งได้ผลดีกว่าการปรับหน้าใช้งานครั้งนั้น ChatGPT Atlas เว็บเบราว์เซอร์ AI ที่แยกเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเอง เปิดให้บริการไม่ถึงหนึ่งปีก่อนยุติในวันที่ 9 สิงหาคม และนำความสามารถที่เป็นประโยชน์ไปรวมใน ChatGPT บริษัททำเช่นเดียวกันกับ Operator ซึ่งเป็น AI agent ที่ท่องเว็บและทำงานแทนผู้ใช้ได้ อีกทั้งเพิ่มความสามารถสร้างภาพใน ChatGPT มากขึ้น ทำให้บทบาทของ DALL-E ในฐานะช่องทางสร้างภาพแยกต่างหากลดลง ส่วน Sora แพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอของ OpenAI ปิดตัวในเดือนมีนาคม 2026 หลังเผชิญต้นทุนดำเนินงานสูงและปัญหาการรักษาผู้ใช้
Apple เปิดตัว Apple Intelligence ในปี 2024 โดยชู Siri รุ่นปรับปรุงซึ่งบริษัทระบุว่าจะเข้าใจบริบท รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นข้ามแอป และทำงานให้ผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ Apple เลื่อนการเปิดตัวหลายครั้ง โดยอ้างเหตุผลรวมถึงปัญหาด้านวิศวกรรมและข้อบกพร่องของระบบ TechCrunch ระบุว่าความล่าช้านี้มีส่วนทำให้เกิดข้อตกลงยุติข้อพิพาทมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำตลาดความสามารถ AI ของ iPhone 16 ต่อมา Siri AI ปรากฏใน iOS 27 รุ่นเบต้าในเดือนกรกฎาคม และ Siri รุ่นใหม่ที่ใช้ AI เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้ภาษาอังกฤษก่อนในเดือนตุลาคม 2026 โดยคาดว่าจะรองรับภาษาอื่นภายหลัง
Microsoft Recall เปิดตัวในงานประชุมนักพัฒนา Build ปี 2024 บริษัทนำเสนอว่าเป็นความจำแบบ “photographic memory” ที่ใช้ AI สำหรับพีซี Windows โดยจับภาพหน้าจอเป็นระยะ เพื่อให้ผู้ใช้ค้นย้อนกิจกรรมบนเครื่องได้ การประกาศดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ผู้วิจารณ์เห็นว่าระบบอาจสร้างคลังข้อมูลที่ค้นหาได้และมีข้อมูลอ่อนไหว เช่น รหัสผ่าน ข้อความส่วนตัว และรายละเอียดทางการเงิน Microsoft จึงเลื่อนฟีเจอร์นี้เกือบหนึ่งปีเพื่อทบทวนมาตรการป้องกัน หลังออกแบบใหม่ นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์รายหนึ่งยังสร้างเครื่องมือที่ดึงและแสดงข้อมูลที่ Recall บันทึกไว้ได้ ทำให้เกิดคำถามอีกครั้งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการป้องกัน
Notion Mail เปิดตัวในเดือนเมษายน 2025 เป็นผลิตภัณฑ์อีเมลที่เน้น AI เพื่อช่วยจัดระเบียบและทำงานในกล่องจดหมายอัตโนมัติ แต่ Notion พบว่าผู้ใช้หันไปใช้ AI agent แยกต่างหากจัดการอีเมลแทน จึงกำหนดปิด Notion Mail วันที่ 22 กันยายน
Humane AI Pin ถูกออกแบบเป็นอุปกรณ์สวมใส่สำหรับใช้ความสามารถ AI แทนการใช้สมาร์ตโฟนแบบเดิม Humane ระดมทุนจากนักลงทุนได้ 230 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวอุปกรณ์มีปัญหาด้านประสิทธิภาพ บริษัทเตือนลูกค้าให้หยุดใช้เคสชาร์จเพราะมีความเสี่ยงที่แบตเตอรี่อาจเกิดไฟไหม้ Humane ปิดธุรกิจ AI Pin ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และ HP ซื้อสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของบริษัทในราคา 116 ล้านดอลลาร์
Rabbit R1 เปิดตัวที่งาน CES ในเดือนมกราคม 2024 ในฐานะอุปกรณ์ AI ที่ออกแบบให้ทำงานแทนเจ้าของ Rabbit ระบุว่าขายได้ 100,000 เครื่องหลังเปิดตัวไม่นาน แต่รีวิวช่วงแรกระบุว่าอุปกรณ์ยังพัฒนาไม่เสร็จ ทำงานไม่สม่ำเสมอ และเชื่อมต่อกับบริการที่ใช้งานได้จริงเพียงจำกัด Rabbit ยังคงอัปเดต R1 และวางตำแหน่งให้เป็นตัวควบคุมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบ AI agent ได้ นอกจากนี้ยังประกาศโครงการฮาร์ดแวร์ใหม่ชื่อ “Project Cyberdeck” เพื่อพัฒนาอุปกรณ์พกพาสำหรับการเขียนโค้ดแบบ vibe-coding
Huxe เป็นแอปเสียง AI ที่พัฒนาโดยอดีตผู้พัฒนา NotebookLM ของ Google สามารถแปลงข้อมูลที่เป็นข้อความเป็นเสียงสนทนาลักษณะพอดแคสต์ บริษัทปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เริ่มให้บริการประสบการณ์คล้ายกันแก่ฐานผู้ใช้เดิม เช่น Spotify ที่กำลังขยายเครื่องมือเสียงซึ่งใช้ AI
Yupp เป็นแพลตฟอร์มฟรีให้ผู้ใช้เปรียบเทียบคำตอบของโมเดล AI หลายร้อยตัวพร้อมกัน รวมทั้งโหวตคำตอบและรับคริปโทเคอร์เรนซีผ่านแพลตฟอร์ม ช่วงที่ให้บริการมากที่สุด ผู้ใช้ทดสอบได้มากกว่า 800 โมเดล รวมถึงโมเดลจาก OpenAI, Google และ Anthropic ผู้ก่อตั้งระบุว่า Yupp ไม่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ตลาดได้มากพอที่จะอยู่รอด และแพลตฟอร์มปิดตัวในเดือนมีนาคม 2026
Figgs AI ให้บริการระหว่างปี 2023 ถึง 2024 โดยเปิดให้ผู้ใช้สร้างและโต้ตอบกับตัวละคร AI ที่ปรับแต่งได้สำหรับการสวมบทบาทและเล่าเรื่อง มีรายงานว่าแพลตฟอร์มมีผู้ใช้มากกว่า 1 ล้านคน แต่ผู้พัฒนาระบุว่าค่าใช้จ่ายในการคงบริการฟรีสูงเกินกว่าจะดำเนินต่อ จึงปิดบริการ
Character.ai ก่อตั้งในปี 2021 โดย Noam Shazeer และ Daniel De Freitas อดีตนักวิจัยของ Google ให้ผู้ใช้สนทนากับบอตที่ปรับแต่งได้ ซึ่งหลายตัวจำลองจากคนดังและตัวละครสมมติ บริษัทระดมทุนได้ 150 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 ที่มูลค่ากิจการ 1,000 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในปี 2024 มีรายงานว่า Google จ่ายเงิน 2,700 ล้านดอลลาร์เพื่อรับสิทธิใช้เทคโนโลยีและดึงผู้ก่อตั้งทั้งสองกลับไปร่วมงานกับ Google ทำให้สตาร์ตอัปดำเนินงานต่อโดยไม่มีผู้ก่อตั้ง
หลังจากนั้น หลายครอบครัวยื่นฟ้อง Character.ai โดยกล่าวหาว่าแชตบอตมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเองของวัยรุ่น ขณะที่ Disney ส่งหนังสือให้ยุติการใช้ตัวละครของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต Character.ai ห้ามผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีสนทนาแบบปลายเปิดในช่วงปลายปี 2025 และตกลงยุติคดีความหลายคดีร่วมกับ Google ในต้นปี 2026
Character.ai ยื่นล้มละลายในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยระบุถึงแรงกดดันด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และการดำเนินงาน Disney เป็นผู้เสนอราคารายแรกในกระบวนการขาย โดยเสนอ 20 ล้านดอลลาร์เพื่อรับสิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญาบางส่วนของ Character.ai แอปยังเปิดให้ใช้งานระหว่างกระบวนการล้มละลาย และคาดว่าการขายจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม
