Connect with us

ข่าว

BMW เริ่มเดินสายการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง เจเนอเรชัน 6 ในเสิ่นหยาง เดินหน้ารุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจีน

Published

on

BMW Group เริ่มเดินสายการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง เจเนอเรชัน 6 มูลค่า 5 หมื่นล้านบาทในเมืองเสิ่นหยาง รองรับรถยนต์ไฟฟ้าแพลตฟอร์ม Neue Klasse ในตลาดจีน

สำนักข่าวซินหัว พันธมิตรด้านข่าวสารของ สำนักข่าวบริคอินโฟ รายงานว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (BMW Group) เริ่มต้นสายการผลิต แบตเตอรี่แรงดันสูง รุ่นที่ 6 อย่างเป็นทางการ ณ เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน พร้อมระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้า BMW i3 รุ่นที่พัฒนาขึ้นสำหรับทำตลาดในประเทศจีน สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องโดยไม่ต้องชาร์จไฟเป็นระยะทาง 1,213 กิโลเมตร สะท้อนความคืบหน้าด้านการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและการขยายห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น

เบอร์กิต โบห์ม (Birgit Bohm) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู บริลเลียนซ์ ออโตโมทีฟ จำกัด (BMW Brilliance Automotive) ระบุว่า การเดินสายการผลิตแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้เป็นกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดตัวยานยนต์ตระกูล Neue Klasse เข้าสู่ตลาดจีน โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายงานวิจัยและพัฒนา กระบวนการทางวิศวกรรม การจัดซื้อ และโรงงานผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูในเมืองเสิ่นหยาง

โครงการผลิตแบตเตอรี่แห่งนี้มีมูลค่าการลงทุนรวม 1 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 5.01 หมื่นล้านบาท โครงสร้างแบตเตอรี่ใช้เซลล์ทรงกระบอกขนาดใหญ่ (Large Cylindrical Cell) ซึ่งทางบีเอ็มดับเบิลยูได้ร่วมมือกับผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำของจีน ได้แก่ CATL (Contemporary Amperex Technology Co., Limited) และ EVE Energy ในการขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรมร่วมกัน

BMW Group เริ่มเดินสายการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง เจเนอเรชัน 6 มูลค่า 5 หมื่นล้านบาทในเมืองเสิ่นหยาง รองรับรถยนต์ไฟฟ้าแพลตฟอร์ม Neue Klasse ในตลาดจีน

ทั้งนี้ ฐานการผลิตในเมืองเสิ่นหยางถือเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมนับตั้งแต่ปี 2010 รวมกว่า 1.2 แสนล้านหยวน หรือราว 6.01 แสนล้านบาท และเพิ่งผ่านหมุดหมายการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

มิลาน เนเดลโควิช (Milan Nedeljkovic) กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี (BMW AG) ฝ่ายการผลิต เปิดเผยว่า ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและทำเลที่ตั้งของเสิ่นหยางเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจขยายเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงโฉมเกือบ 20 รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Neue Klasse สู่ตลาดจีนภายในปี 2027 และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยานยนต์ที่ประกอบและจัดจำหน่ายในจีนให้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2030 พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตจากเสิ่นหยางไปยังตลาดต่างประเทศ รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Advertisement