ข่าว
รัฐบาลสั่งคุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ ขีดเส้นตรวจครบใน 2 เดือน ฝ่าฝืนโทษคุกสูงสุด 5 ปี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลมอบหมายกระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าตรวจสอบและควบคุมมาตรฐาน สถานดูแลผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ หลังพบข้อร้องเรียนกรณีการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หากพบการกระทำความผิดจะบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้รับบริการในสถานดูแลผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขควบคุมกำกับและส่งเสริมมาตรฐานสถานประกอบการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิงให้ได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ขึ้นทะเบียนกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทั้งส่วนกลาง ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ 12 แห่ง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรฐานด้านสถานที่ มาตรฐานด้านความปลอดภัย และมาตรฐานด้านการให้บริการ
นางสาวพลอยทะเล ระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบสถานประกอบกิจการทุกแห่งให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการว่า หากฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
