การเมือง
รัฐบาลแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.และต่างจังหวัด เฝ้าระวังเขื่อนเร่งระบายน้ำพร้อมแนะเลี่ยงเส้นทางสัญจร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาล แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง น้ำท่วม ติดตามประกาศทางการอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกสะสมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ส่งผลกระทบหลายจุดทั้งใน กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งระบายน้ำและวางแนวทางเยียวยาฟื้นฟูผลกระทบ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (Joint Information and Communication Center: JICC) ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ระบุว่าสถานการณ์เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ร่วมกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลผ่าน เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันคงอัตราการระบายที่ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยผันน้ำออกตามทุ่งรับน้ำแบบก้างปลาที่เป็นพื้นที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อชะลอน้ำก่อนไหลผ่านปทุมธานีและกรุงเทพมหานครลงสู่อ่าวไทย
สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร ปริมาณฝนเริ่มลดลงและเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ถนนสายหลักส่วนใหญ่กลับมาสัญจรได้ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงในบางจุด ได้แก่ เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะรามอินทรา ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ซอยลาดพร้าว 101/1 และซอยรามคำแหง 24 รวมถึงยังต้องติดตามกลุ่มฝนในเขตยานนาวา บางคอแหลม คลองเตย วัฒนา สวนหลวง พระโขนง บางนา บางกะปิ และสะพานสูง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วน 1555
ในส่วนภูมิภาค มีพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณอำเภอหนองปรือและอำเภอบ่อพลอย แม้เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์จะปรับลดการระบายน้ำลง ด้านจังหวัดเพชรบุรีต้องเฝ้าระวัง 4 อำเภอริมน้ำ ได้แก่ แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด และอำเภอเมืองเพชรบุรี เนื่องจากการเพิ่มระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน ขณะที่จังหวัดระยอง อ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำเกินความจุที่ 112.60% จึงจำเป็นต้องระบายน้ำล้นผ่าน Spillway ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออำเภอแกลงและอำเภอวังจันทร์ รวมถึงเขื่อนดินเขาจุกที่เกิดความเสียหายบริเวณหูทางระบายน้ำล้นจากกระแสน้ำกัดเซาะ ซึ่งกรมชลประทานกำลังเร่งซ่อมแซม
ด้านการบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขได้สร้างแนวกั้นน้ำและอพยพผู้ป่วยบางส่วนออกจาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อความปลอดภัย ขณะที่จังหวัดนครนายกได้สั่งปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายและจัดทำงบประมาณเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
นอกจากนี้ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวังบนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง อาทิ ถนนรามคำแหง ถนนเสนานิคม ถนนศรีนครินทร์ ถนนลาดพร้าว ถนนงามวงศ์วาน ถนนนักกีฬาแหลมทอง ถนนสีหบุรานุกิจ และถนนเสรีไทย โดยกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ติดต่อสายด่วน 1669 ขอความช่วยเหลือทั่วไปโทร 1555 และประสานการสนับสนุนสิ่งของช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 02 248 5115 หรือ 1555
