OECD
ไทย-ออสเตรเลียกระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ลงนามความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือเต็มคณะ ณ อาคารรัฐสภาออสเตรเลีย กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย โดยมีคณะรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมการประชุมเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในมิติต่าง ๆ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 14 ปี ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งการหารือครอบคลุม 4 สาขาสำคัญ ได้แก่ ด้านการเมืองและความมั่นคงเพื่อรับมือความท้าทายและอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรมเพื่อขยายการค้าการลงทุนสองทาง ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชนผ่านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพ และด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคีผ่านกรอบอาเซียน ACMECS หุ้นส่วนแม่โขง–ออสเตรเลีย รวมถึงการสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD
ผลจากการหารือนำไปสู่การจัดทำเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ (Joint Statement on Transnational Crime) เพื่อเพิ่มความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน และแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) ซึ่งมุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) ในการขยายการค้าการลงทุนและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน ขณะเดียวกันฝ่ายไทยยังตอบรับข้อเสนอของออสเตรเลียในการจัดการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมไทย–ออสเตรเลียทุกสองปี (Biennial Defence Ministers’ Meeting) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก
ทางด้านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยืนยันความพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งได้ตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีต่อไป
