ข่าว
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศส ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด ในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ ทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากนายเอมานูว์แอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส พร้อมทั้งทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Élysée Palace) เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นยาวนาน


เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปยังทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนางบริจิตต์ มาครง ภริยา รอเฝ้ารับเสด็จ ณ บริเวณประตูทางเข้าอาคาร จากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องแอมบาสเดอร์ เพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถารร่วมกัน ในโอกาสนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสได้นำเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสมาจัดแสดง ได้แก่ พระราชสาส์นทองคำจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทูลสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 3, สนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ พ.ศ. 2399 และสัตยาบันสารของสยามสำหรับสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือระหว่างสยามกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2399

ในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และภริยา ได้จัดงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเกียรติแก่ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ณ ห้อง Ballroom โอกาสนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูล Légion d’Honneur (เลฌียง ดอนเนอร์) ชั้น Grand-Croix (กรอง ครัวซ์) ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติว่าด้วยความดีความชอบ หรือ Ordre national du Mérite (ออร์เดรอะ นาซียงนาล ดู เมริท) ชั้น Grand-Croix (กรอง ครัวซ์) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีและยกย่องสายสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบความว่า “ท่านประธานาธิบดี ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี รัฐบาล และประชาชนชาวฝรั่งเศส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีน้ำใจระลึกถึงครอบครัวของข้าพเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทย ด้วยความเอื้อเฟื้อ และเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอมา ราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน และได้ร่วมมือกันในกิจการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อันอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวาระครบ 340 ปี ความสัมพันธ์ไทยกับฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเป็นวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพัน ซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นโดยลำดับ ทั้งในระดับที่เป็นทางการ หรือระหว่างประเทศ และในระดับบุคคล ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะเจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต และเราจะสามารถร่วมมือกันได้ อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ในกิจการทุกด้านทุกระดับ เพื่อความเจริญมั่นคงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีพลวัตสูง และมีความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยมิตรไมตรี ขออำนวยพร ให้ท่านประธานาธิบดี และภริยา ตลอดถึงประชาชนชาวฝรั่งเศส มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศของเราทั้งสองมีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไป”

หลังจากจบพระราชดำรัสตอบ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้กล่าวเชิญชวนผู้ร่วมงานดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อกระชับความร่วมมือและมิตรภาพอันดีในทุกมิติต่อไป
