ข่าว
ยอดติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโตพุ่ง 300% รับอานิสงส์รัฐลดหย่อนภาษี แนะผู้บริโภคชูมาตรฐานความปลอดภัยเหนือราคาถูก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ตลาดโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด รับอานิสงส์ค่าไฟแพงและมาตรการลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลสูงสุดสองแสนบาท ด้านเคทีซีเผยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหมวดโซลาร์เตรียมโตกว่า 300% ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเตือนผู้บริโภคอย่ามองแค่ราคาถูกเป็นหลัก แต่ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อให้การลงทุนระยะยาวมีความคุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุด
ข้อมูลจาก IEA PVPS ในปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์สะสมรวมเกือบ 10 กิกะวัตต์ โดยเป็นระบบ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) กว่า 3,310 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตทั้งหมด ขณะเดียวกันแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2024) ได้ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 39,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2580 ตลาดนี้ยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากรัฐบาลที่ประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการติดตั้งในบ้านพักอาศัยสูงสุด 200,000 บาท สำหรับระบบออนกริด (On-Grid) ที่เชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการติดตั้งในภาคครัวเรือนให้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี (KTC) ประเมินว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดจำหน่ายและติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป จะเติบโตสูงถึง 300% ในปีนี้ แม้ว่าผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับระยะเวลาคืนทุนและราคาเป็นหลัก แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือมาตรฐานและความปลอดภัย เนื่องจากเป็นระบบที่ต้องใช้งานยาวนานถึง 20-25 ปี หัวใจหลักของระบบอย่างอินเวอร์เตอร์จะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานการไฟฟ้า มีเอกสารยืนยันรุ่นและหมายเลขผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ เช่น สายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก จะต้องได้มาตรฐาน มีการจัดเก็บสายไฟให้ทนทานต่อสภาพอากาศและป้องกันสัตว์กัดแทะ
การติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ ไม่ใช่งานช่างทั่วไป แต่ต้องอาศัยวิศวกรในการตรวจสอบโครงสร้างหลังคาและการรับแรงลม ผู้บริโภคควรเรียกขอเอกสารสำคัญจากผู้ติดตั้ง เช่น สัญญาติดตั้ง แบบระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) และเอกสารรับประกัน นอกจากนี้ในขั้นตอนการส่งมอบงาน เจ้าของบ้านควรทดลองเดินระบบ ตรวจสอบการผลิตไฟผ่านหน้าจอหรือแอปพลิเคชัน และตกลงเรื่องผู้รับผิดชอบในการยื่นเอกสารประสานงานกับหน่วยงานรัฐให้ชัดเจน หากพบผู้ให้บริการที่เสนอราคาต่ำผิดปกติ ไม่มีรุ่นอุปกรณ์ระบุชัดเจน หรือเร่งรัดให้ตัดสินใจ ควรชะลอการลงทุนเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลให้รอบด้านเสียก่อน
ด้านการวางแผนการเงินถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ โดยสถาบันการเงินได้เข้ามามีบทบาทในการนำเสนอเครื่องมือทางการเงิน เช่น การผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต ซึ่ง เคทีซี ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ได้มาตรฐานในอุตสาหกรรม อาทิ A Solar, KG Solar และวันอาทิตย์ by Gulf1 เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ก่อนตัดสินใจติดตั้ง พลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคา ผู้บริโภคควรพิจารณาให้ครบถ้วนในด้านมาตรฐานอุปกรณ์ ความปลอดภัยในการติดตั้ง ความครบถ้วนของเอกสาร และความเหมาะสมของแผนการเงิน เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เปลี่ยนบ้านให้ใช้พลังงานได้อย่างมั่นใจและไม่เป็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่บนหลังคา
