Connect with us

ข่าว

กกพ. ขานรับคำสั่งนายกฯ หนุนรัฐบาลรื้อสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชน หวังลดต้นทุน-สร้างความเป็นธรรมค่าไฟประชาชน

Published

on

กกพ. ย่อมาจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Energy Regulatory Commission) หรือ ERC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลและข้อกฎหมายแก่คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางลดค่าไฟฟ้าอย่างแท้จริงและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย หลังพบสัญญารับซื้อไฟฟ้าบางประเภทมีต้นทุนไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟฟ้าเกินจริงราว 13 – 17 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กกพ. เคยนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ให้พิจารณาปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT ซึ่งเป็นสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่ต้นทุนลดลงมากหลายเท่าตัว แต่ยังคงมีการรับซื้อในราคาเดิม ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่สูงเกินจริง หรืออาจทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนในระดับสูง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแต่ละปี

ที่ผ่านมาในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับข้อเสนอของ กกพ. ไปพิจารณาแล้ว แต่ยังติดประเด็นข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง ทาง กกพ. จึงเห็นควรให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 65(1) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมาตรา 65(4) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้พลังงานและผู้ประกอบการ โดยตั้งคำถามสำคัญในการพิจารณาข้อกฎหมายครั้งนี้

“ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เงื่อนไขในสัญญาขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่า เงื่อนไขในสัญญาไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าควรยึดตามเงื่อนไขในสัญญา หรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” พูลพัฒน์ กล่าว

สำหรับคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชุดนี้ ได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 137/2569 โดยมี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญด้านพลังงาน กฎหมาย เศรษฐกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสำนักงาน กกพ. ร่วมเป็นกรรมการด้วย

คณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเงื่อนไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะในส่วนค่าความพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า หรือ Energy Payment (EP) เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และช่วยดูแลภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการทบทวนแนวทางบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานของประเทศให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

Advertisement

Continue Reading
Advertisement