Connect with us

ข่าว

ลอว์เรนซ์ วอง นายกฯ สิงคโปร์ น้ำตาคลอ หลังกล่าวสุนทรพจน์ วันแรงงาน บอก ประชาชนเตรียมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง

Published

on

ลอว์เรนซ์ วอง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เตือนประชาชนรับมือเศรษฐกิจชะลอตัวในปี 2026 จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง พร้อมยันรัฐบาลเตรียมงบเยียวยาค่าครองชีพเพิ่ม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ วอง (Lawrence Wong) แห่งสิงคโปร์ กล่าวถ้อยแถลงในงานวันแรงงาน (May Day Rally) โดยระบุว่าสิงคโปร์ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่กำลังจะมาถึง ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและภาวะเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสิงคโปร์ยืนยันความพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจอย่างเต็มที่หากสถานการณ์เลวร้ายลง โดยเน้นย้ำถึงรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งถูกสร้างมาตลอดหลายทศวรรษ

สถานการณ์ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง (Middle East) ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิดตัวลงเกือบทั้งหมด เหตุการณ์นี้ได้สร้างความเสียหายต่อระบบการค้าโลกอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งพลังงานและสินค้าจำเป็น ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ วอง ยอมรับว่าสิงคโปร์จะได้รับผลกระทบโดยตรง ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 ชะลอตัวลง และมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของครัวเรือนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือไปแล้วเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้า ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การมอบส่วนลดค่าสาธารณูปโภค (U-Save rebates) การจ่ายเงินสดช่วยเหลือ และการเร่งแจกคูปอง CDC voucher ให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดย นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุว่า “หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น เราจะทำมากกว่านี้เพื่อช่วยคุณ เพราะในเวลาเช่นนี้ ชาวสิงคโปร์มั่นใจได้สิ่งหนึ่งว่า รัฐบาลของคุณจะลงมือทำ เราจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและยืนหยัดเคียงข้างชาวสิงคโปร์ทุกคนในทุกย่างก้าว”

ความได้เปรียบของสิงคโปร์ในวิกฤตครั้งนี้มาจากความมองการณ์ไกลในอดีต โดยเฉพาะการสร้างเกาะจูร่ง (Jurong Island) ให้เป็นศูนย์กลางปิโตรเคมีและการสำรองพลังงานในถ้ำหินจูร่ง (Jurong Rock Caverns) แม้สิงคโปร์จะไม่มีทรัพยากรน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติเป็นของตัวเอง แต่การเป็นโหนดสำคัญของเครือข่ายพลังงานโลกทำให้สิงคโปร์มีความยืดหยุ่นในการจัดหาพลังงานจากแหล่งอื่นเมื่อเกิดการหยุดชะงัก “เราสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริงขึ้นมาได้ด้วยความพยายามและความมีวินัย และนั่นคือข้อได้เปรียบที่เราสร้างมานานหลายทศวรรษ” นายวองกล่าวเสริม

Advertisement

ในช่วงท้ายของการแถลง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้กล่าวด้วยน้ำตาที่คลอเบ้าถึงคำมั่นสัญญาที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตพลังงานหรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยย้ำว่าแม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กที่เปราะบางต่อปัจจัยภายนอก แต่ความสามัคคีและการไม่ยอมแพ้คือสิ่งที่จะทำให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ พร้อมทั้งเตือนว่าแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและการกวาดล้างทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือ

นอกจากนี้ ลอว์เรนซ์ วอง ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังจบงาน โดยระบุถึงช่วงเวลาที่เขาน้ำตาคลอขณะอ่านจดหมายจากประชาชนว่า “ผมหยุดชะงักไปชั่วครู่ขณะอ่านข้อความนี้ในงานวันแรงงาน วันแรงงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของงานเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังงานนั้น ในช่วงเวลานั้น ผมได้รับการย้ำเตือนว่าความรับผิดชอบหลายอย่างนั้นมีค่ามากกว่าแค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องของความห่วงใย ความมุ่งมั่น และการดูแลซึ่งกันและกัน ถึงทุกคนที่ทำงานนี้อย่างเงียบๆ และซื่อสัตย์ ผมขอขอบคุณ ผมขอขอบคุณ Nisar Keshvani ที่แบ่งปันเรื่องราวของเขา และขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยพาชาวสิงคโปร์กลับบ้าน”


Continue Reading
Advertisement