ข่าว
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เล็งปรับโครงสร้างกระทรวงพาณิชย์รับมือวิกฤตค่าครองชีพ เตรียมขยับราคาปุ๋ยและน้ำมันปาล์ม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกาศแผนปรับปรุงโครงสร้างการทำงานภายในกระทรวงครั้งใหญ่ เน้นเสริมทัพกรมการค้าภายในเพื่อบริหารจัดการวิกฤตค่าครองชีพและราคาสินค้าเกษตรที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางปัจจัยลบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงานโลก พร้อมยอมรับว่าต้นทุนการนำเข้าปุ๋ยเคมีล็อตใหม่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องมีการทยอยปรับราคาจำหน่ายในอนาคต
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ (Suphajee Suthumpun) เปิดเผยหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งปัญหาการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน จึงมีแนวทางปรับทัพการทำงานโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาช่วยกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะการเพิ่มผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ กรมการค้าภายใน (Department of Internal Trade) เพื่อกำดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งทีมที่ปรึกษาซึ่งประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญตลาดหลักอย่าง จีน อาเซียน สหรัฐอเมริกา และยุโรป เพื่อวางกลยุทธ์การส่งออกภายใต้รูปแบบการทำงานแบบคลัสเตอร์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทุกระดับเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค พร้อมระบุว่าแม้สถานการณ์จะท้าทายแต่ก็ถือเป็นแรงผลักดันในการทำงาน โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการของรัฐบาล
สำหรับประเด็น ราคาปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม นางศุภจีระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาและมีปริมาณสต็อกเพียงพอไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ปุ๋ยล็อตใหม่ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียและบรูไนมีต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับราคาใหม่ ส่วนการจัดหาปุ๋ยจากรัสเซียและตะวันออกกลาง ขณะนี้ทางกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเร่งเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางเดินเรือและแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งหากมีต้นทุนนำเข้าที่ชัดเจนแล้ว กระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) จะพิจารณาทยอยปรับราคาให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เช่น น้ำมันปาล์มบรรจุขวด สบู่ และแชมพู ที่ผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคานั้น รมว.พาณิชย์ระบุว่ายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและยังไม่อนุญาตให้ปรับราคาในทันที โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มที่มีผู้ผลิต 4 รายยื่นเรื่องเข้ามา จะต้องมีการเชิญมาหารือเพื่อขอความร่วมมือในการทยอยปรับราคาเพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาข้อมูลทั้งหมดภายใน 15 วัน
