การเมือง
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ด กรอ. ผนึกเอกชนขับเคลื่อนนโยบาย Reinvent Thailand ตั้งเป้าดันขีดความสามารถไทยติดท็อป 20 โลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าผนึกกำลังภาคเอกชนผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. นำข้อเสนอจากภาคธุรกิจแปลงสู่แผนปฏิบัติการจริง มุ่งเป้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก พร้อมผลักดันนโยบาย Reinvent Thailand สู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้สูงกว่าร้อยละ 3
การประชุม กรอ. ครั้งที่ 1/2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ทางด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้นำข้อเสนอจากภาคเอกชนในช่วงเดือนพฤษภาคมเข้าสู่กลไกเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ โดยจัดกลุ่มเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ การส่งเสริมการค้าและธุรกิจ SMEs รวมถึงเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคนและนวัตกรรม และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ สอดรับกับเสียงสะท้อนที่ต้องการให้ปลดล็อคเชิงระบบและยกระดับศักยภาพระยะยาวผ่านนโยบาย Reinvent Thailand ซึ่งครอบคลุม 7 สาขาเศรษฐกิจแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์และการท่องเที่ยว ที่มีผู้ประกอบการรวมกว่า 273,000 ราย จ้างงานกว่า 11.9 ล้านคน และสร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 66 ของรายได้รวมทุกภาคธุรกิจ
เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดกรอบการขับเคลื่อน 4 ด้าน พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ นำโดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยให้จัดทำเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนปฏิบัติการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อรายงานต่อที่ประชุม กรอ. ทุก 2 เดือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้กำหนดทิศทางและกลไกที่ชัดเจนมากขึ้น ผ่านการมอบหมายภารกิจให้คณะอนุกรรมการทั้ง 4 ด้านรับผิดชอบผลักดันสู่การปฏิบัติ หากได้ข้อสรุปและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณา จะช่วยให้การทำงานเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนทางลัด โดยนายกรัฐมนตรียอมรับว่า จากการที่ไทยได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขัน หากยังคงความเร็วในระดับปัจจุบันอาจต้องใช้เวลาอีกนาน แต่รัฐบาลจะพยายามเดินหน้าให้ดีที่สุด ซึ่งจากการปรับเปลี่ยนการทำงานต่อจากนี้ เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม อีกทั้งประเทศไทยยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนานาประเทศ
