Connect with us

ข่าว

เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 26 มี.ค. 69 กบน. เคาะขึ้นทุกชนิด 6 บาท/ลิตร ดีเซล พุ่งเป็น 38.94 บาท/ลิตร

Published

on

กลุ่ม G7 เห็นพ้องยังไม่ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ทันที หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน เตรียมส่งต่อให้ผู้นำตัดสินใจปลายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดในอัตรา 6 บาทต่อลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ที่พุ่งแตะระดับ 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยราคาสูงถึงวันละกว่า 2,592 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องปรับลดอัตราชดเชยเพื่อรักษาเสถียรภาพและสภาพคล่องของกองทุนฯ ในระยะยาว

สำหรับการปรับราคาครั้งนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายละเอียดดังนี้:

  • น้ำมันเบนซิน ปรับจาก 43.64 บาท เป็น 49.64 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 (Gasohol 95) ปรับจาก 35.05 บาท เป็น 41.05 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 (Gasohol 91) ปรับจาก 34.680 บาท เป็น 40.68 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 (Gasohol E20) ปรับจาก 30.05 บาท เป็น 36.05 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 (Gasohol E85) ปรับจาก 26.79 บาท เป็น 32.79 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (Diesel) ปรับจาก 32.94 บาท เป็น 38.940 บาทต่อลิตร

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องขยับราคานอกจากต้นทุนพลังงาน คือการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย (Malaysia) ที่ปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปอยู่ที่ 39.54 บาทต่อลิตรแล้ว การคงราคาในประเทศให้ต่ำกว่าความเป็นจริงมากเกินไป อาจกระตุ้นให้เกิดการลักลอบส่งออกน้ำมันและกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยป้องกันการรั่วไหลของทรัพยากรไทยไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่งสาธารณะ เกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากการปรับตัวของราคาพลังงานในครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด ขณะที่ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Fuel Fund Office) หรือ สกนช. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการเงินกองทุนฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงวิกฤตพลังงานโลก

Continue Reading
Advertisement