ข่าว
เปิดสาเหตุราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 26 มี.ค. ขึ้น 6 บาท กบน. ลดอุดหนุนดีเซล-เก็บเบนซินเข้ากองทุนเพิ่ม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดในอัตรา 6 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายการบริหารจัดการของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ตัดสินใจลดสัดส่วนการนำเงินกองทุนไปอุดหนุนราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลงอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนจากน้ำมันกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาสภาพคล่องท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น
จากการตรวจสอบรายละเอียดโครงสร้างราคาตามประกาศล่าสุด พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างวันที่ 24 มีนาคม 2569 เทียบกับประกาศใหม่วันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยในกลุ่ม น้ำมันดีเซล (Diesel) เดิมกองทุนเคยจ่ายเงินชดเชยอยู่ที่ 26.99 บาทต่อลิตร แต่ตามมาตรการใหม่ได้ปรับลดการอุดหนุนลงเหลือเพียง 19.12 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระต้นทุนส่วนต่างถูกส่งผ่านไปยังราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันทันที
- เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 26 มี.ค. 69 กบน. เคาะขึ้นทุกชนิด 6 บาท/ลิตร ดีเซล พุ่งเป็น 38.94 บาท/ลิตร
- กบน. มีมติขึ้นราคาน้ำมันวันนี้ (26 มี.ค.) ดีเซล-เบนซิน 6 บาทต่อลิตร รับมือวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาตลาดโลกพุ่ง
ขณะที่กลุ่ม น้ำมันเบนซิน และกลุ่มแก๊สโซฮอล์ นอกจากการลดภาระการอุดหนุนแล้ว ยังมีการปรับเพิ่มอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย โดยจากเดิมที่เคยจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพียง 0.10 บาทต่อลิตร ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.50 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการจัดเก็บเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อนำเงินมาเติมสภาพคล่องให้แก่กองทุนฯ ที่ต้องแบกรับภาระหนักในช่วงที่ผ่านมา
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาครั้งใหญ่ มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ที่แตะระดับ 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยราคาสูงถึงวันละกว่า 2,592 ล้านบาท จนเกิดวิกฤตสภาพคล่องและจำเป็นต้องปรับลดอัตราชดเชยเพื่อรักษาเสถียรภาพในระยะยาว
สำหรับการปรับราคาครั้งนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายละเอียดดังนี้:
- น้ำมันเบนซิน (Benzine) ปรับจาก 43.64 บาท เป็น 49.64 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 95 (Gasohol 95) ปรับจาก 35.05 บาท เป็น 41.05 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 (Gasohol 91) ปรับจาก 34.680 บาท เป็น 40.68 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20 (Gasohol E20) ปรับจาก 30.05 บาท เป็น 36.05 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E85 (Gasohol E85) ปรับจาก 26.79 บาท เป็น 32.79 บาทต่อลิตร
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (Diesel) ปรับจาก 32.94 บาท เป็น 38.940 บาทต่อลิตร
นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับราคาครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย (Malaysia) ที่มีการปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปอยู่ที่ 39.54 บาทต่อลิตร การคงราคาในประเทศไทยให้ต่ำกว่าความเป็นจริงมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดการลักลอบส่งออกน้ำมันและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งจะเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและทรัพยากรของประเทศโดยใช่เหตุ
ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Fuel Fund Office) หรือ สกนช. ระบุว่ายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการเงินกองทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่รัฐบาลเตรียมพิจารณามาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบาง ภาคการขนส่ง และเกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับราคาน้ำมันในครั้งนี้
