Connect with us

ข่าว

ศบก. เผยช่วยคนไทยพ้นตะวันออกกลางแล้วกว่า 1,100 ราย ด้านกระทรวงพลังงานยันน้ำมันสำรองใช้ได้นาน 101 วัน

Published

on

ศบก. แถลงความคืบหน้าช่วยคนไทยพ้นพื้นที่สู้รบตะวันออกกลางแล้ว 1,116 ราย พร้อมเปิดแผนอพยพรอบใหม่จากอิหร่าน ด้านกรมธุรกิจพลังงานยันน้ำมันไทยมีสำรองใช้ได้ยาวกว่า 101 วัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงได้แล้วจำนวน 1,116 คน พร้อมประสานแผนอพยพเพิ่มเติมในประเทศอิหร่าน ขณะที่ กระทรวงพลังงาน (Ministry of Energy) ยืนยันความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงภายในประเทศ โดยมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานไม่น้อยกว่า 101 วัน แม้จะเกิดภาวะความต้องการใช้พุ่งสูงในบางพื้นที่จนทำให้การขนส่งล่าช้า แต่ย้ำชัดว่าไม่มีปัญหาการขาดแคลนหรือการกักตุน

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs) เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า พัฒนาการความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงรุนแรง มีการโจมตีทางอากาศในหลายจุด และพบปัญหาเรือบรรทุกน้ำมันติดค้างบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยตรง ทางกระทรวงฯ จึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เพื่อการประสานงานที่รวดเร็ว

สำหรับการช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดล ระบุว่ามีการประสานงานระดับทวิภาคีกับประเทศ บาห์เรน (Bahrain) และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ โดยเฉพาะการช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือ “มยุรีนารี” จำนวน 20 คนให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ส่วนใน อิหร่าน (Iran) ได้กำหนดแผนอพยพเพิ่มเติมอีก 2 รอบ คือวันที่ 17 มีนาคม และวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยมีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจคนเข้าเมืองบริเวณชายแดน ตุรกี (Turkey) เพื่อรองรับการเดินทางลี้ภัย

ในระดับภูมิภาค นายปาณิดล กล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่า “ไทยได้เสนอให้ใช้กลไกความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม หรือ ASEAN Petroleum Security Agreement (APSA) เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานในระยะสั้น ส่วนระยะยาวได้เสนอให้อาเซียนเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและใช้โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid เพื่อสร้างความเข้มแข็งท่ามกลางวิกฤตจากภายนอก”

Advertisement

ด้านมาตรการรองรับวิกฤตพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน (Department of Energy Business) ชี้แจงว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้ต่อเนื่องวันละ 175 ล้านลิตร แม้ที่ผ่านมาจะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนบางสถานีบริการจัดส่งไม่ทัน แต่ได้สั่งการให้โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลัง และประสานผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 กระจายเชื้อเพลิงให้ทั่วถึงแล้ว พร้อมยืนยันว่าจากการตรวจสอบคลังน้ำมัน 53 แห่ง และสถานีบริการกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ ยังไม่พบการกักตุนเชื้อเพลิง

นายสราวุธ ยืนยันถึงปริมาณสำรองว่า “ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองในประเทศและน้ำมันสำรองตามกฎหมายรวมประมาณ 42 วัน ผสมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งอีก 29 วัน รวมถึงมีการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น เช่น แองโกลา (Angola) และ สหรัฐอเมริกา (United States) ทำให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 101 วัน ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนน้ำมันในระยะนี้”

Continue Reading
Advertisement