การเมือง
ประชาธิปัตย์มติเอกฉันท์งดออกเสียงโหวตประธานสภาฯ พร้อมเปิดตัวทีมบริหารงานนิติบัญญัติชุดใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – พรรคประชาธิปัตย์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สส. ของพรรค งดออกเสียง ในการโหวตเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ โดยยืนยันบทบาทการทำหน้าที่เป็น พรรคฝ่ายค้าน อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งทีมบริหารงานในสภาชุดใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติและญัตติสำคัญต่าง ๆ ในอนาคต
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นัดแรกว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการจัดทัพทีมบริหารงานนิติบัญญัติ โดยแต่งตั้งให้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ดำรงตำแหน่งประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นรองประธาน สส. ลำดับที่ 1 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เป็นรองประธาน สส. ลำดับที่ 2 และนายพศิน ปิตุเตชะ รับหน้าที่เลขานุการที่ประชุม สส. เพื่อวางรากฐานการทำงานในสภาฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการลงมติเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร นั้น ทางพรรคมีมติชัดเจนว่าจะไม่ส่งบุคคลลงชิงตำแหน่ง และจะใช้วิธีงดออกเสียง เนื่องจากปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai Party) ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ระบุว่า ผู้นำฝ่ายค้านต้องไม่มีสมาชิกในพรรคดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคฝ่ายค้านเลือกที่จะไม่ส่งตัวแทนลงแข่งในตำแหน่งดังกล่าว
นายพงศกร ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงทิศทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ โดยระบุว่า “เราเชื่อมั่นว่า พรรคประชาชน จะทำตามสิ่งที่เคยประกาศไว้ต่อสาธารณะว่าจะไม่ตั้งรัฐบาลแข่งเมื่อไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ดังนั้นเมื่อไม่มีการส่งคนแข่งและข้อจำกัดทางกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียงในครั้งนี้” ทั้งนี้พรรคประเมินว่าพรรคประชาชนเองก็น่าจะยึดหลักการเดียวกันเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไว้ตามระเบียบของสภาฯ
นอกจากเรื่องการจัดทัพบุคลากรและมติการโหวตแล้ว โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงญัตติสำคัญที่เตรียมจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสรุปรายละเอียดเชิงลึก โดยทางพรรคจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงเนื้อหาของญัตติดังกล่าวให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบอีกครั้งในลำดับถัดไป
