ข่าว
ทรัมป์สั่งหน่วยงานรัฐแบน Claude-Anthropic หลังเพนตากอนระบุเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ออกคำสั่งโดยตรงให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการร่วมงานกับ แอนโธรปิก (Anthropic) สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ เจ้าของ Claude หลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) ประกาศให้บริษัทดังกล่าวเป็น ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply-chain risk) ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสถานะของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีความมั่นคงของชาติ โดยคำสั่งนี้กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนสำหรับกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่น ๆ ในการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของแอนโธรปิก
การสั่งแบนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งเกี่ยวกับ แนวทางป้องกันทางเทคโนโลยี (Technology guardrails) โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ขู่ว่าจะใช้ “อำนาจเต็มของประธานาธิบดี” เพื่อบังคับให้ แอนโธรปิก (Anthropic) ปฏิบัติตามหากไม่ให้ความร่วมมือในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางแพ่งและอาญาที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากยักษ์ใหญ่อย่าง กูเกิล (Google) และ อเมซอน (Amazon) ตกอยู่ในสถานะที่ถูกปฏิเสธโดยรัฐบาลวอชิงตัน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับซัพพลายเออร์จากประเทศฝ่ายตรงข้าม
ทางด้าน แอนโธรปิก (Anthropic) ได้ออกแถลงการณ์เตรียมยื่นคัดค้านคำสั่งนี้ในชั้นศาลต่อ กระทรวงสงคราม (Department of War) ซึ่งเป็นชื่อที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้เรียกกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง โดยระบุว่า “เราเชื่อว่าการระบุสถานะดังกล่าวไม่มีมูลความจริงทางกฎหมาย และเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายสำหรับบริษัทอเมริกันที่เจรจากับรัฐบาล ไม่ว่าการข่มขู่หรือการลงโทษจากกระทรวงสงครามจะมีมากเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของเราในเรื่องการสอดแนมมวลชนในประเทศหรืออาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบได้”
ในขณะเดียวกัน โอเพนเอไอ (OpenAI) คู่แข่งสำคัญที่สนับสนุนโดย ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กลับบรรลุข้อตกลงในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเครือข่ายชั้นความลับของกระทรวงกลาโหม โดย แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ โอเพนเอไอ (OpenAI) ระบุว่าทางบริษัทได้รวมหลักการความรับผิดชอบของมนุษย์เหนือระบบอาวุธและการไม่สอดแนมมวลชนลงในข้อตกลงแล้ว รวมถึงการสร้างระบบป้องกันทางเทคนิคตามความต้องการของกระทรวงสงคราม ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่ารายละเอียดสัญญาเหล่านี้แตกต่างจาก “เส้นตาย” ที่แอนโธรปิกเคยเสนอไว้อย่างไร
พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าการระบุว่า แอนโธรปิก (Anthropic) เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน เกิดขึ้นหลังจากความล้มเหลวในการเจรจานานหลายเดือน เนื่องจากนโยบายของบริษัทอาจขัดขวางการปฏิบัติการทางทหาร โดย ดาริโอ อโมเด (Dario Amodei) ซีอีโอของแอนโธรปิก ได้โต้แย้งเพื่อขอให้มีการจำกัดการใช้อาวุธและการสอดแนม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่เพนตากอนที่มองว่า กฎหมายของสหรัฐฯ ควรเป็นตัวกำหนดวิธีการป้องกันประเทศ ไม่ใช่บริษัทเอกชน
การถูกขึ้นบัญชีดำในครั้งนี้ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “สงครามนิวเคลียร์ทางสัญญา” โดยนักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านสัญญาของรัฐระบุว่า อาจส่งผลให้ผู้รับเหมารายย่อยนับหมื่นรายไม่สามารถใช้ AI ของ แอนโธรปิก (Anthropic) ในงานที่เกี่ยวข้องกับเพนตากอนได้ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังเตรียมตัวเข้าสู่การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติมองว่า นี่คือกฎระเบียบ AI ในประเทศที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเพนตากอนปฏิบัติต่อแอนโธรปิกเสมือนเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงยิ่งกว่าบริษัท AI จากจีนบางแห่งเสียอีก
