ข่าว
CEA ผนึกรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ดันคอนเทนต์-ดนตรีไทยสู่สากล พร้อมโมเดลพัฒนาเมือง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดงาน “CEA Forum 2026” เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เพื่อระดมความเห็นจากภาคเอกชน หน่วยงานรัฐ และนักวิชาการ ในการกำหนดทิศทาง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมที่แข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.01% ของ GDP และสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึง 3.91 แสนล้านบาท
ในเวทีเสวนาหัวข้อ “Creative Nation 2026” นายกัลป์ กัลย์จาฤก กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Kantana Group ได้เสนอแนวทางการผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ระดับโลก หรือ “Local to Global” โดยระบุว่าหัวใจสำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องราวท้องถิ่นให้สากลเข้าใจได้ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ซึ่งกันตนาประสบความสำเร็จจากซีรีส์ “สืบสันดาน (Master of the House)” ที่ติดอันดับ Top 10 ซีรีส์ภาษาต่างประเทศบน Netflix ใน 63 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2567 และในปีนี้เตรียมปั้น IP คอนเทนต์เรื่อง “เพลิงพระนาง” เพื่อขยายฐานผู้ชมสู่ระดับสากลต่อไป
ด้าน Mr. Xiaokun Gao ผู้จัดการประจำประเทศไทย Tencent Thailand ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม WeTV เปิดเผยว่า เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพากย์เสียงและสร้างคำบรรยายภาษาไทยเป็นภาษาจีน ช่วยลดอุปสรรคในการส่งออกคอนเทนต์ นอกจากนี้ ซีรีส์วาย (Boys’ Love) ของไทยยังคงได้รับความนิยมสูงในตลาดโลก โดยเฉพาะละตินอเมริกา รวมถึงมีการนำโปรดักชันจากจีนเข้ามาถ่ายทำรายการในไทย เช่น รายการวาไรตี้ “Tasteful Thailand” ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
สำหรับอุตสาหกรรมดนตรี นายพลกฤต ศรีสมุทร ผู้ร่วมก่อตั้ง YUPP! ENTERTAINMENT และ นายชญาภัช แสงทับทิม ผู้จัดการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA) มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ศิลปินไทยมีทักษะทางดนตรีที่แข่งขันได้ แต่จำเป็นต้องพัฒนาวิธีคิดแบบ Global และเติมเต็มองค์ความรู้ด้านการทำธุรกิจ เช่น การเจรจา การทำสัญญา และการคุ้มครองผลประโยชน์จาก IP ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐและ CEA
ในมิติของการพัฒนาเมือง นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ยกตัวอย่างความสำเร็จของ “ศรีสะเกษโมเดล” ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด เช่น แบรนด์ “ทุเรียนภูเขาไฟ” และการใช้ “จักรวาลไทบ้าน” สร้างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในพื้นที่ ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ สอดคล้องกับมุมมองของ รศ. ดร. พีรดร แก้วลาย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มองว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเป็นทางเลือกให้เมืองรอง ลดการพึ่งพาเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว และดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับสู่ภูมิลำเนา
ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงบทบาทของภาครัฐในการอำนวยความสะดวก โดย กทม. ได้ใช้นโยบาย One Stop Service รวมศูนย์การยื่นคำร้องจัดกิจกรรมผ่านเว็บไซต์เดียว เพื่อลดความยุ่งยากและสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ เช่น เทศกาลดนตรีในสวน หรือ เทศกาลกรุงเทพกลางแปลง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรมในเมืองได้มากขึ้น
