Connect with us

ข่าว

เปิดตัว Visa Thailand Security Roadmap 2025 ดัน AI และ Tokenisation รับมืออาชญากรรมไซเบอร์ที่ทำไทยสูญกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์

Published

on

วีซ่า (Visa) ประกาศขยาย Visa Intelligent Commerce ในเอเชียแปซิฟิก เตรียมนำร่องต้นปี 2569 ชูเทคโนโลยี Trusted Agent Protocol รองรับการจ่ายเงินด้วย AI Agent อย่างปลอดภัย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – วีซ่า (Visa) ผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก จัดงาน Visa Forum 2025 เปิดตัวแผนกลยุทธ์ Visa Thailand Security Roadmap 2025 มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความปลอดภัยในระบบนิเวศการชำระเงินของไทย หลังเปิดเผยข้อมูลความเสียหายจากมิจฉาชีพในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเน้นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน การใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรม Tokenisation เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ธีม “Navigating Tomorrow: Enabling Trust, Driving Success” ณ โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยมีผู้บริหารจาก วีซ่า (Visa) นำโดย มร. สเตฟาน เดอ’ฮอร์ (Stefaan D’Hoore) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยง วีซ่าเอเชียแปซิฟิก, มร. ฮัก คิม (Hak Kim) และ มร. ฟิลลิป ฟินนีแกน (Phillip Finnegan) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานไทย อาทิ นายอธิศ รุจิรวัฒน์ จากสมาคมธนาคารไทย และ ดร.นครินทร์ อมเรศ จากธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยสาระสำคัญระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกสร้างความเสียหายถึง 10.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ โดยภัยคุกคามในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่การปลอมแปลงตัวตนด้วย AI (AI-driven impersonation) และการโจมตีความเร็วสูง (High-speed attacks)

หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือการวางรากฐานความปลอดภัยผ่าน Visa Thailand Security Roadmap 2025 ซึ่งเป็นแนวทางเชิงรุกที่ผลักดันให้ภาคการเงินไทยนำเทคโนโลยี Tokenisation มาใช้แทนที่หมายเลขบัตรจริง (PANs) เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูล ควบคู่ไปกับการยืนยันตัวตนขั้นสูงแบบ EMV 3DS และ Biometrics นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าวยังรองรับการใช้นวัตกรรมใหม่อย่าง Agentic AI และ Cloud Token Frameworks เพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติธุรกรรมที่ถูกต้องและป้องกันการฉ้อโกงขนาดใหญ่ ให้รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การชำระเงินผ่านมือถือและ Embedded Finance ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านความร่วมมือเชิงนโยบาย ตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยและชมรมธุรกิจบัตรเครดิต ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ Regulatory Sandbox และระบบแบ่งปันข้อมูลการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ (Real-time fraud reporting) เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ทันท่วงที ขณะเดียวกัน วีซ่า (Visa) ได้นำเสนอโซลูชันการบริหารความเสี่ยง Visa Protect และ Featurespace’s ARIC Risk Hub ที่ใช้ Machine Learning ในการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อตรวจจับรูปแบบการโกงใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกบัตรและร้านค้าลดการปฏิเสธธุรกรรมที่ผิดพลาด และป้องกันความเสียหายทั้งแบบใช้บัตรและไม่ใช้บัตร

Advertisement
Continue Reading
Advertisement