ข่าว
กลาโหมกัมพูชา แถลงกล่าวหา-ประณามไทยรุนแรง อ้างละเมิดข้อตกลงหยุดยิง-ใช้อาวุธหนักระดมยิงข้ามแดน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์กล่าวหา-ประณามการกระทำของฝ่ายไทย โดยอ้างว่ามีการละเมิด ข้อตกลงหยุดยิง (Ceasefire Agreement) และปฏิญญาร่วมที่ลงนามไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ด้วยการใช้กำลังทหารเข้าโจมตีรุกล้ำอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนจังหวัดพระวิหารและจังหวัดบันทายมีชัย โดยระบุว่ามีการใช้อาวุธหนัก รถถัง และอากาศยานโจมตีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 7-8 ธันวาคม ที่ผ่านมา
- ทัพภาค 2 แจงปฏิบัติการตอบโต้ทางทหาร 5 จุด ยึดพื้นที่-ทำลายฐานที่มั่นกัมพูชา พร้อมเตือนเฝ้าระวังจรวด BM-21
- เปิดประวัติ “มาลี โสเจียตา(Maly Socheata)” โฆษกกระทรวงกลาโหม กัมพูชา
พลโทหญิง มาลี โสเจียตา (Lt. Gen. Maly Socheata) โฆษก กระทรวงกลาโหมกัมพูชา (Ministry of National Defence) ได้เปิดเผยรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ตามแถลงการณ์อ้างว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 14.15 น. กองทัพไทยได้เริ่มเปิดฉากยิงใส่กองกำลังกัมพูชาในบริเวณพื้นที่พลาญหิน (Prorlean Thmar) จังหวัดพระวิหาร และสถานการณ์ได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 05.04 น. จนถึง 18.00 น. โดยมีการระดมยิงใส่พื้นที่ช่องอานม้า และจุดอื่น ๆ ในพื้นที่ภูมิภาคทหารที่ 4
ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่ากองทัพไทยได้ใช้อาวุธทำลายล้างหลายประเภท อาทิ ปืนกล, เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม., รถถัง, ปืนใหญ่หนัก 155 มม., ปืนกลหนัก 12.7 มม., เครื่องบินขับไล่ F-16, เครื่องบิน AT-6, โดรนสำหรับทิ้งระเบิด รวมถึงมีการกล่าวหาว่ามีการใช้ก๊าซพิษต่อกองกำลังกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่
ต่อมาในเวลา 13.36 น. ของวันที่ 8 ธันวาคม ขอบเขตการปะทะได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ภูมิภาคทหารที่ 5 ในจังหวัดบันทายมีชัย โดยมีจุดปะทะเกิดขึ้นที่หมู่บ้านไพรจัน (Prey Chan) และโชคชัย (Chok Chey) ตำบลโอเบยเจือน (O’ Bei Chon) รวมถึงบ้านโคกโรมิยต (Kok Rormiet) อำเภอทมาพวก (Thmar Pok) และอำเภอสำเภาลูน (Sompov Loon) จังหวัดพระตะบอง ในพื้นที่นี้กัมพูชาอ้างว่าฝ่ายไทยใช้อาวุธทั้งปืนเล็ก, เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. และ 80 มม., ปืนกลหนัก 12.7 มม. และรถถัง
โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันว่า แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักตลอด 2 วันที่ผ่านมา แต่กองกำลังกัมพูชาใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุดและไม่ได้ทำการตอบโต้กลับ
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า การปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นการละเมิด ข้อตกลงหยุดยิง อย่างร้ายแรง ซึ่งทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีพยานเป็นตัวแทนจากมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงละเมิด ปฏิญญาร่วม (Joint Declaration) ที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ภายใต้ความพยายามของ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (Donald J. Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ อันวาร์ อิบบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทางกัมพูชามองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นเจตนาของฝ่ายไทยในการผนวกดินแดนโดยใช้แผนที่ที่จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ
ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมที่เป็นปรปักษ์ ถอนกองกำลังออกจากอธิปไตยของกัมพูชา และกลับมาเคารพข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมด้วยความจริงใจ ทั้งนี้ กองทัพกัมพูชา (Royal Cambodian Armed Forces) ยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในการแก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มีความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนชาวกัมพูชาอย่างถึงที่สุด
