Connect with us

ข่าว

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด วันที่ 5 กองทัพภาคที่ 2 สรุปภาพรวม พบเขมรยิงโดนพวกกันเอง

Published

on

Latest Updates on 2025 Thai-Cambodia Conflict

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญหลายจุด กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์การสู้รบ ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. พบว่ามีการระดมยิงปืนใหญ่ ขีปนาวุธ และการปะทะอย่างหนักระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนจำนวนมาก โดยมณฑลทหารบกที่ 26 และกองกำลังสุรนารี รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ฝ่ายกัมพูชา ได้ระดมยิงอาวุธชนิด BM-21 เข้าใส่หลายแนวรบ โดยเฉพาะที่ เนิน 677, ภูผี, ผามออีแดง – พระวิหาร และ ภูมะเขือ นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวของระบบขีปนาวุธ PHL – 03 ในพื้นที่สนามบินสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ทางด้าน ฝ่ายไทย ได้ตอบโต้ตามระดับภัยคุกคามอย่างเท่าเทียม โดยมีการใช้อาวุธตอบโต้เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ ช่องบก, ช่องอานม้า, ปราสาทตาควาย และ ปราสาทตาเมือนธม

พบเขมรยิงโดนพวกกันเอง

การปะทะหนักเกิดขึ้นในพื้นที่ ช่องอานม้า, ภูผี และ ภูมะเขือ ซึ่งมีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดตอบโต้กันตลอดทั้งคืน และมีรายงานผู้บาดเจ็บหลายราย สำหรับพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย ฝ่ายกัมพูชา ยังคงพยายามรักษาและเข้าควบคุมพื้นที่ โดยมีการรวมกำลังและเสริมกำลังพลจากพื้นที่ตอนในของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังพบว่ากัมพูชามีการยิงพลาดใส่ฝ่ายเดียวกันในพื้นที่ช่องอานม้าและผามออีแดง ซึ่งอาจเกิดจากข้อผิดพลาดในการสื่อสาร เนื่องจากมีการเสริมกำลังเข้ามาหลายหน่วย

พบ ภัยคุกคามทางไซเบอร์

นอกจากสถานการณ์สู้รบภาคพื้นดินแล้ว ยังพบ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมีรายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ชาวกัมพูชา ได้เจาะระบบของส่วนราชการต่างๆ ผ่าน CORS/NCDC และยังมีการตรวจพบการวางทุ่นระเบิดของทหารกัมพูชาในพื้นที่แนวหน้า ในขณะที่ฝ่ายไทยกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อวางกำลัง ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

Advertisement

ส่งมอบร่างทหารผู้เสียชีวิตชาวกัมพูชา

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 น. ฝ่ายไทย ได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตชาวกัมพูชาจำนวน 12 นาย ที่เสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ภูมะเขือ กลับคืนสู่ประเทศตามหลักมนุษยธรรม แนวโน้มสถานการณ์ต่อไปคาดว่า ฝ่ายกัมพูชา จะยังคงใช้อาวุธยิงระยะไกลในพื้นที่ทางลึก และการปะทะจะยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ ช่องอานม้า, ภูผี, ภูมะเขือ, ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังภัยไซเบอร์และการแทรกซึมของสายลับจากกัมพูชา

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน กองทัพภาคที่ 2 ได้สนับสนุนส่วนราชการจังหวัดในการ อพยพประชาชน จากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือนในพื้นที่ตอนในของ 4 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดอุบลราชธานี โดยปัจจุบันมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยแล้วทั้งสิ้น 119,072 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 12,625 คน ส่วนผลกระทบต่อประชาชน พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกระสุนปืนใหญ่และ BM-21 ตกในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้อยู่อาศัยเสียหาย และในจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ยังมี จิตอาสาพระราชทาน และ โรงครัวพระราชทาน เข้าไปดูแลและช่วยเหลือประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงจัดเตรียมอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยมีการแจกจ่ายข้าวกล่องแล้วกว่า 153,100 กล่อง ตั้งแต่วันที่ 24 – 28 กรกฎาคม 2568

กองทัพภาคที่ 2 ยังได้ย้ำเตือนประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของส่วนราชการในพื้นที่ ติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนจากช่องทางประชาสัมพันธ์ที่เป็นทางการ และไม่แชร์ข้อมูลจากแหล่งที่มาที่ไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยันจากทางการ นอกจากนี้ยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีกระสุนปืนใหญ่หรือวัตถุระเบิดตกค้าง อย่าเข้าใกล้หรือเก็บไป เพราะเป็นอันตรายและเป็นหลักฐานสำคัญในกระบวนการยุติธรรมระดับนานาชาติ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement