Connect with us

การเมือง

ชยพงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ชี้ “หมอนทองวิทยาฟีเวอร์” ต้องไม่เป็นแค่กระแส แนะเร่งปลดล็อกการศึกษาให้ยืดหยุ่น หนุนนักเรียนความสามารถพิเศษ

Published

on

นายชยพงศ์ สายฟ้า รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และนักบริหารการศึกษา

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชยพงศ์ สายฟ้า รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และนักบริหารการศึกษา ได้แสดงความเห็นต่อกรณีปรากฏการณ์ “หมอนทองวิทยาฟีเวอร์” จากการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน รายการแชมป์กีฬา 7HD แชมป์เปี้ยนคัพ 2025 โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า “ห้องเรียนที่ยืดหยุ่น” คือห้องเรียนแห่งโอกาสที่เปิดให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและพัฒนาทักษะชีวิต แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ระบบการศึกษาไทย มีความพร้อมและยืดหยุ่นเพียงพอที่จะดูแลนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้อย่างต่อเนื่องหรือไม่เมื่อกระแสความสนใจจางลง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ในการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมป์เปี้ยนคัพ 2025 แม้ทีมหมอนทองวิทยา (Mon Thong Wittaya School) จะพ่ายให้กับ อบจ.ชัยนาท (Chainat Provincial Administrative Organization School) ด้วยสกอร์ 2-1 แต่สิ่งที่ชนะใจผู้ชมคือพลังความมุ่งมั่นและความเพียรของนักเรียน นายชยพงศ์ กล่าวแสดงความยินดีกับทั้งสองทีมที่แข่งขันอย่างเต็มที่ และตั้งคำถามว่า วันนี้เมื่อนักเรียนหมอนทองวิทยาอยู่ในกระแส ได้รับการสนับสนุนมากมาย แต่เมื่อกระแสจางลง นักเรียนเหล่านี้จะยังได้รับการสานฝันต่อไปหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่สังคมต้องร่วมกันคิด

นายชยพงศ์ สายฟ้า รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบการศึกษาในปัจจุบันอาจยังไม่เอื้อต่อการพัฒนานักเรียนอย่างเต็มที่ เพราะกฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น การกำหนดให้นักเรียนต้องเข้าเรียน 80% หรือห้ามขาดเรียนเกิน 15 วัน อาจไม่สอดคล้องกับนักเรียนที่เป็นนักกีฬา ซึ่งบางครั้งต้องเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเดือน ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน หรือเสียสมาธิในการแข่งขันได้ ดังนั้น โรงเรียนจึงควรปรับระบบการจัดการเรียนการสอนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้นักเรียนพัฒนาได้ทั้งด้านการเรียนและความสามารถพิเศษไปพร้อมกัน และยังอยู่ในระบบการศึกษาอย่างมั่นคง

พรรคไทยก้าวใหม่ จึงสนับสนุนการปลดล็อกกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับตารางเรียนให้เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ควบคู่กับการปลูกฝังวินัย ทั้งนี้ นายชยพงศ์ เห็นว่า โรงเรียนควรมีระบบคัดกรองความสามารถพิเศษของนักเรียนตั้งแต่แรกเข้า โดยใช้เทคโนโลยี AI มาประเมินศักยภาพและความถนัดรายบุคคล เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตรงจุดและมีเป้าหมายชัดเจน นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้รัฐจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพราะพรสวรรค์มีอยู่ในเด็กนักเรียนทุกพื้นที่ ไม่จำกัดแค่โรงเรียนใหญ่หรือในเมือง รัฐจึงควรสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น เช่น สถานที่ฝึกซ้อม อาหารที่มีประโยชน์ และโค้ชผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นนักกีฬาคุณภาพ สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศในอนาคต

Advertisement

ในตอนท้าย นายชยพงศ์ สายฟ้า ได้กล่าวสรุปว่า “การศึกษาไทยต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ ครอบคลุมวิชาการ คุณธรรม และความสามารถพิเศษ เมื่อเด็กได้เรียนในสิ่งที่ชอบ พวกเขาจะมีความสุข อยู่ในระบบการศึกษา ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาก็ลดลง และนี่คือการเรียนรู้บนฐานสมรรถนะที่แท้จริง พรรคไทยก้าวใหม่ เชื่อว่าประเทศควรลงทุนด้านนี้เพื่ออนาคต และความสุขของลูกหลานไทย”

Continue Reading
Advertisement