ข่าว
คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รับทราบรายงานนโยบายสาธารณะฯ ปี 68 “การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย” ชงเข้า ครม. หนุนนโยบายรัฐบาล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) มีมติรับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อรายงานนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไทย ประจำปี 2568 เรื่อง “การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย” ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยเตรียมนำเสนอรายงานฉบับนี้ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ขับเคลื่อนงานด้านการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ สอดรับกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว
การประชุม คสช. ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธาน ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้พิจารณารายงานนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพฯ ฉบับนี้ ซึ่งมีข้อเสนอเชิงนโยบายครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการสุขภาพที่ยืดหยุ่น โดยเน้นการบริการสุขภาพทุกระดับที่พร้อมปรับตัวรับมือภัยพิบัติ
- ด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารความเสี่ยง เช่น การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง และการสื่อสารความเสี่ยง
- ด้านกลไกการบริหารจัดการ การกระจายอำนาจ และการบูรณาการ โดยรวมถึงกลไกความร่วมมือในการดูแลระยะก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัยพิบัติ
- ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติ อาทิ กฎระเบียบการใช้งบประมาณในภาวะฉุกเฉิน
- ด้านการพัฒนาศักยภาพของชุมชนและการพัฒนาความรอบรู้ด้านภัยพิบัติของประชาชนในระยะยาว
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. เปิดเผยว่า สช. เล็งเห็นว่า การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ควรเร่งเสนอต่อกลไกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยการจัดทำรายงานฯ นี้ เป็นไปตามบทบาทของ คสช. ภายใต้มาตรา 25 (2) แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มีอำนาจในการให้ข้อเสนอแนะหรือให้คำปรึกษาต่อ ครม. เกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ พร้อมทั้งติดตามผล
“จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า แนวโน้มสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยที่มาจากน้ำมือมนุษย์ ส่งผลกระทบทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน แม้ปัจจุบันเราจะมีกรอบแนวคิดและแผนระดับชาติด้านการจัดการภัยพิบัติอยู่มากมาย แต่การปฏิบัติจริงยังเน้นการกำหนดมาตรการเชิงรับ มากกว่าเชิงป้องกันและเตรียมความพร้อม” นพ.สุเทพ กล่าว
รายงานฉบับนี้ถูกคัดเลือกเพื่อจัดทำโดยพิจารณาจากเกณฑ์ที่สอดคล้องตาม ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 เป็นประเด็นที่สังคมหรือรัฐบาลให้ความสนใจ มีการขับเคลื่อนร่วมกันหลายภาคส่วน มีผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง และมีความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่และระดับชาติ นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเป็นข้อมูลประกอบในการพัฒนาระเบียบวาระ “ระบบบริหารจัดการเพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต” ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2568 ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย
ด้าน นายไมตรี จงไกรจักร์ กรรมการ คสช. ระบุว่า การจัดการภัยพิบัติ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ รัฐบาล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยรายงานการศึกษาที่ คสช. รับทราบในครั้งนี้ ถือเป็นแนวนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้เร่งรัดให้ประธาน คสช. นำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยเร็ว เพื่อตอบสนองต่อนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้
นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช. ยังได้รับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานตามมติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่มีการสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2551-2567 โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) พบว่าจากมติรวม 98 มติ มีมติที่ดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายสำคัญแล้ว 37 มติ และอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 42 มติ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการทบทวนใหม่ การยุติ หรือต้องหากลไกเพื่อขับเคลื่อนต่อไป
ศ.คลินิก สุพรรณ ศรีธรรมมา รองประธานกรรมการ คมส. ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของมติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่เกิดผลเป็นรูปธรรม อาทิ มติ ความปลอดภัยทางอาหาร: การจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศเพื่อควบคุมอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ หรือ มติ วิกฤติการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาและการจัดการปัญหาแบบบูรณาการ (AMR) ที่ทาง อย. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 2566 – 2570 เป็นต้น ปัจจุบัน สช. ได้จัดทำระบบฐานข้อมูลเป็นแดชบอร์ด เพื่อรายงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนมติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ให้ประชาชนและผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้
