Connect with us

ข่าว

Palo Alto Networks เตือนภัยไซเบอร์ ระวังโดน ‘Social Engineering’ ที่อัพเกรดตัวเองด้วย AI เร่งระยะเวลาโจมตีสั้นลง 100 เท่า

Published

on

Palo Alto Networks (พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์) เตือนภัยไซเบอร์วิศวกรรมสังคม Social Engineering ถูกอัพเกรดด้วย AI เร่งเวลาโจมตี 100 เท่า Unit 42 แนะ 5 แนวทางป้องกันฟิชชิ่งและการโจมตีไซเบอร์ส่วนบุคคล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการโจมตีด้วยเทคนิควิศวกรรมสังคม (Social Engineering) โดยระบุว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ทำให้การโจมตีมีความซับซ้อนและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก รายงานระบุว่า AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลักถึง 82% ของอีเมลฟิชชิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และยังส่งผลให้ระยะเวลาในการโจมตีแบบแรนซัมแวร์เร็วขึ้นถึง 100 เท่า โดยจากเดิมที่ใช้เวลาขโมยข้อมูลถึง 9 วันในปี 2564 ได้ลดลงเหลือเพียง 2 วัน ในปี 2566 นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ว่า 78% ของผู้ที่ได้รับอีเมลหรือข้อความฟิชชิ่งมีการเปิดอ่าน ซึ่งตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่บุคคลและองค์กรต้องเผชิญในปัจจุบัน

ทีม Unit 42 ของ พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) ได้สรุป 3 วิธีการหลอกลวงหลักที่ถูกยกระดับด้วย AI ได้แก่

  • 67% ของเคสมีการใช้ AI สร้างอีเมลฟิชชิ่งที่มีรายละเอียดส่วนตัวของผู้รับ ทำให้ข้อความดูน่าเชื่อถือและเหมือนมาจากแหล่งที่คุ้นเคย เช่น ธนาคารหรือบริษัทที่ใช้งานอยู่
  • 23% ของเคสพบการโทรด้วยเสียงปลอม โดยมีการคัดลอกเสียงของคนในครอบครัวหรือบุคคลอื่นจากคลิปเสียงสั้น ๆ ที่สามารถหาได้ทางออนไลน์
  • มีการใช้ AI เพื่อทำให้เว็บไซต์ปลอมปรากฏเป็นผลลัพธ์การค้นหาอันดับแรก ๆ บนกูเกิลเสิร์ซ เพื่อหลอกลวงผู้ใช้ที่กำลังมองหาบริการลูกค้าสัมพันธ์หรือดีลต่าง ๆ

โดยสรุปแล้ว การโจมตีด้วยเทคนิควิศวกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังทำให้ช่องโหว่พื้นฐานด้านความปลอดภัยของมนุษย์ที่เป็นเรื่องของความไว้ใจถูกนำมาใช้เป็นอาวุธอย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิลิปปา ค็อกส์เวลล์ (Philippa Coxwell), Managing Partner, Unit 42 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า “ระยะเวลาในการโจมตีถูกบีบให้สั้นลง 100 เท่า จากเป็นวันเหลือเพียงไม่กี่นาที เรากำลังอยู่ในยุคใหม่ของการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งผู้โจมตีโดยใช้ AI เป็นอาวุธเพื่อเพิ่มระดับการหลอกลวงผ่านเทคนิควิศวกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นช่องโหว่หลักของมนุษย์จากความไว้วางใจ แคมเปญขั้นสูง เช่น การฟิชชิ่งที่สมจริงมาก ทั้งการโคลนเสียงด้วย AI และเทคนิคการปลอมใบหน้า ประสบความสำเร็จจากช่องว่างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ในช่วงนี้จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่องค์กรจะต้องอัปเกรดเทคโนโลยีให้เร็วกว่าภัยคุกคามเพื่อปกป้องทุกคนจากการโจมตีที่เจาะจงตัวบุคคลมากขึ้น”

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว Unit 42 ของ พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) ได้เสนอแนะแนวทางการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงผ่านเทคนิควิศวกรรมทางสังคม โดยเน้นย้ำถึง 5 ข้อสำคัญ ได้แก่

Advertisement
  • ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัยเสริมให้กับบัญชีสำคัญ
  • ทำให้ระบบความปลอดภัยเป็นเรื่องง่าย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามมาตรฐาน เช่น การใช้แอปพลิเคชันจัดการรหัสผ่าน เพื่อรักษาการใช้งานรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกัน
  • แจ้งเตือนอีเมลจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก ผู้ใช้งานควรสังเกตและระมัดระวังอีเมลที่มีเครื่องหมาย “ข้อความจากภายนอก”
  • บล็อกการเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัย โดยระบบความปลอดภัยสมัยใหม่สามารถตรวจจับการเข้าสู่ระบบจากตำแหน่งที่ผิดปกติหรือช่วงเวลาที่ไม่ปกติ
  • อัปเดตอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาช่องโหว่และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ค้นพบใหม่

การตระหนักรู้และการป้องกันอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นในสภาพแวดล้อมที่การโจมตีแบบแรนซัมแวร์ (Ransomware) และฟิชชิ่ง (Phishing) มีความรวดเร็วและพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยี การใช้ AI ในการตรวจจับและตอบสนองอัตโนมัติจึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลและองค์กร

Continue Reading
Advertisement